เลสเตอร์ ซิตี้ พ่าย ฮัลล์ ซิตี้ 1-2 เมื่อคืนวันอังคาร
อารอน แรมซีย์ ตัวสำรองทำประตูตีไข่แตกให้ทีม
ความพ่ายแพ้นี้เป็นนัดแรกในรอบเก้านัด
มาร์ตี ซิฟูเอนเตส เผยลูกทีมเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน
สองประตูจาก ลูอิส มิลลาร์ และ โจ เกลฮาร์ดท์ ช่วยให้เจ้าถิ่นขึ้นนำก่อนในครึ่งแรกที่สนาม เอ็มเคเอ็ม สเตเดี้ยม แม้ จิ้งจอกสยาม จะกลับมาสู้เต็มที่ในครึ่งหลังและได้หนึ่งประตูจาก แรมซีย์ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะเก็บแต้มกลับออกมาจากฮัมเบอร์ไซด์
การเสียสองประตูในครึ่งชั่วโมงแรกทำให้เลสเตอร์ต้องพยายามอย่างหนักในครึ่งหลัง และความพ่ายแพ้นัดนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเก้านัด ซึ่งทำให้ทีมร่วงมาอยู่ในอันดับ 8 ของตาราง สกาย เบต แชมเปี้ยนชิพ
“ผมหงุดหงิดมาก” ซิฟูเอนเตสกล่าวหลังจบเกม “ผมขอรับผิดชอบต่อฟอร์มการเล่น เพราะโดยเฉพาะในครึ่งแรก เราเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน เราเริ่มต้นเกมได้ไม่ดีเลย และมันยากที่จะยอมรับกับสองประตูที่เราเสียไปแบบนั้น”
“ตลอดทั้งครึ่งแรก เราเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่เราต้องการอย่างมาก ส่วนในครึ่งหลัง เราพยายามตอบสนองและมีรูปเกมที่ดีขึ้นชัดเจน”
“บางจังหวะเราสามารถทำได้ดีกว่านี้ และอาจช่วยให้เราเก็บแต้มกลับออกมาได้ในวันนี้ แต่ผมอยากจะวิจารณ์ตัวเองเช่นกัน เพราะเราควรทำผลงานได้ดีกว่านี้”
“เราตอบสนองกันได้ดี (หลังจากเสียไปสองประตู) แต่ไม่ควรต้องรอให้ตกเป็นฝ่ายตามก่อนถึงจะเริ่มเล่นในแบบที่เราควรเป็น เราเสียสองประตูแล้วค่อยพยายามไล่ ซึ่งทีมต้องแข็งแกร่งกว่านี้ ผมผิดหวังเพราะเราลองปรับหมุนผู้เล่นบางตำแหน่งตามแผนที่วางไว้ตลอดสัปดาห์ แต่ผลลัพธ์มันไม่ออกมาตามนั้น”
“ผมต้องกลับมาทบทวนว่าทำไมมันถึงไม่เวิร์ก ทั้งที่เรามีตำแหน่งการยืนที่ดีพอจะสร้างโอกาสและเพรสซิ่งสูงได้ แต่กลับปล่อยให้คู่แข่งเล่นสวนกลับได้มากเกินไป ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ครึ่งแรกเราทำได้ไม่ถึงระดับมาตรฐาน”
“ประตูแรกก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการยืนตำแหน่งที่ผิดพลาด เราขึ้นเกมสูงแต่ไม่สามารถเพรสซิ่งกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปิดพื้นที่ให้พวกเขาเล่นสวนกลับยาว ๆ และเราก็ไล่ไม่ทัน มันเป็นทั้งเรื่องแท็กติกและเรื่องสภาพจิตใจ ผมต้องกลับไปวิเคราะห์ให้ละเอียดว่าทำไมเราถึงเล่นได้แย่แบบนั้น”
แม้เกมนี้จะเป็นค่ำคืนที่ยากลำบาก แต่การยิงประตูที่สองในสองเกมติดต่อกันของ อารอน แรมซีย์ หลังถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลังก็ถือเป็นจุดสว่างของทีม ขณะที่เลสเตอร์ยังมีโอกาสลุ้นตีเสมอหลายครั้งในช่วงท้ายเกม
“ครึ่งหลังเรากลับมาสร้างแรงกดดันได้ดี” ผู้จัดการทีมวัย 43 ปีกล่าวต่อ “เรามีลูกยิงชนคานจาก แฮร์รี่ วิงค์ส และอีกจังหวะที่ แรมซีย์ ได้โหม่งเกือบเป็นประตูที่สองของเขา มันเป็นการตัดสินใจที่ยากสำหรับผมที่จะไม่ใส่ชื่อเขาเป็นตัวจริง เพราะเขาทำได้ดีในเกมก่อนหน้ากับพอร์ตสมัธ”
“ในฐานะผู้จัดการทีม นั่นคือสิ่งที่คุณคาดหวังเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ว่าทั้งทีมจะตอบสนองในเชิงบวก แต่วันนี้มันไม่เป็นแบบนั้น เพราะเราปล่อยให้ฮัลล์ได้เปรียบมากเกินไปในครึ่งแรก ทำให้ต้องไล่ตามในครึ่งหลัง”
“เราต้องกลับมาทบทวนตัวเอง เพราะในเกมระดับนี้ รายละเอียดเล็ก ๆ สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ทุกเมื่อ แต่ความจริงคือเราต้องทำให้ดีกว่านี้”
“เราได้ยิงถึง 12 ครั้งในครึ่งหลังแต่ได้เพียงประตูเดียว เราต้องสร้างโอกาสให้มากกว่านี้ 20 หรือ 25 ครั้งถ้าจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าเราทำประตูได้มากขึ้น นั่นคือหน้าที่ของผม แทนที่จะไปโฟกัสในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้”