เลสเตอร์ ซิตี้ เสมอ พอร์ทสมัธ 1-1 คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
อารอน แรมซีย์ ยิงประตูแรกให้กับจิ้งจอกสยาม ก่อนที่จอห์น สวิฟต์ จะตีเสมอให้ทีมเยือน
มาร์ตี ซิฟูเอนเตส ผู้จัดการทีม ออกมาแสดงความคิดเห็นหลังเกมว่า พอใจกับหนึ่งแต้มที่ได้
อย่างไรก็ตาม เขามองว่าฟอร์มการเล่นในครึ่งหลังยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แม้ทีมจะออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงต้นเกม
ผลเสมอ 1-1 ในคืนวันเสาร์ทำให้ทีมของเรายังรั้งอันดับ 4 บนตารางสกาย เบ็ต แชมเปี้ยนชิพ โดยไม่แพ้ใครติดต่อกัน 8 นัด และคว้าชัยได้ 3 เกมในช่วงนั้น
อารอน แรมซีย์ ยิงประตูแรกให้กับสโมสรได้สำเร็จในเกมประเดิมสนามเต็มรูปแบบที่บ้าน พาเราออกนำก่อนในครึ่งแรก แต่ปอมปีย์กลับมาตามตีเสมอได้จากจอห์น สวิฟต์ ทำให้ทีมของ จอห์น มูซินโญ่ แบ่งแต้มกลับไป
สำหรับซิฟูเอนเตส การให้สัมภาษณ์หลังเกมของเขาเน้นไปที่ฟอร์มการเล่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างสองครึ่งเวลา โดยในครึ่งแรกทีมทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ ทว่าครึ่งหลังกลับถูกทีมเยือนตั้งเกมขึ้นมาได้และกลับเข้าสู่การแข่งขันอีกครั้ง
“นี่มันชัดเจนเลยว่าเป็นเกมที่มีสองครึ่งที่แตกต่างกัน” ซิฟูเอนเตส กล่าวหลังจบเกม
“ครึ่งแรกเราทำได้ดีมาก มีหลายจังหวะที่สวยงาม การประสานงานที่ยอดเยี่ยม และสร้างโอกาสได้หลายครั้ง
“ระหว่างพักครึ่ง เราพูดกันว่าจำเป็นต้องยิงประตูที่สองและสามให้ได้ เพราะเรารู้ดีว่าในแชมเปี้ยนชิพ คุณไม่มีวันคุมเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จ แม้ว่าคุณจะเหนือกว่าอยู่ก็ตาม
“แต่ครึ่งหลังเราทำได้ไม่ดี เราไม่เข้าใจว่าพื้นที่ว่างอยู่ตรงไหน ซึ่งมันอยู่ด้านหลังแนวรับและลึกลงไปในสนามอย่างชัดเจน น่าเสียดายที่เราพยายามเล่นในแบบที่ไม่เหมาะกับเกมช่วงครึ่งหลัง ทำให้เราสูญเสียจังหวะการเล่นไป
“เราถูกโต้กลับหลายครั้ง และหนึ่งในนั้นนำไปสู่การเสียประตู แล้วช่วงท้ายเกมก็กลายเป็น 15 นาทีที่เร่งเร้า ผมชอบทัศนคติของทีมที่พยายามไล่หาชัยชนะจนถึงวินาทีสุดท้าย เราได้เห็นถึงบุคลิกของทีมชุดนี้อย่างชัดเจน แต่ผมคิดว่าเราต้องมองย้อนกลับมาวิเคราะห์ตัวเอง ว่าทำไมครึ่งหลังเราถึงทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร”
หลังจากถูกตีเสมอได้ ทำให้เลสเตอร์กลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมได้ยากอีกครั้ง กุนซือของทีมเผยว่าจากนี้สิ่งสำคัญคือการเตรียมความพร้อมให้ถูกทาง เพื่อฟื้นตัวสำหรับเกมถัดไปที่จะเตะในเวลาไม่ถึง 72 ชั่วโมง กับฮัลล์ ซิตี้ ซึ่งเป็นแมตช์ที่สองจากสามเกมในรอบแปดวัน
“พอร์ทสมัธ เป็นทีมที่ชอบไล่เพรสและเล่นด้วยความเข้มข้นสูง” กุนซือวัย 43 ปี กล่าวต่อ “พวกเขาชอบตั้งรับแบบดันสูง และเมื่อคุณต้องเจอกับทีมลักษณะนี้ที่ตามหลังอยู่ 0-1 ในครึ่งแรก นั่นคือเหตุผลที่เราส่ง แพทสัน ดาก้า ลงสนาม เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างด้านหลัง"
“เราคุยกันเรื่องพื้นที่ว่างว่ามันอยู่ตรงไหน พวกเขาเลือกดันหนึ่งในเซ็นเตอร์ขึ้นมาทำให้กลายเป็นสถานการณ์สามต่อสามในแนวรับของเรา ซึ่งเราควรเล่นให้ดุดันกว่านี้ แน่นอนว่าจังหวะผ่านบอลอาจไม่สมบูรณ์จนหลุดไปดวลตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตูทุกครั้ง แต่รูปแบบการเล่นแบบนั้นสามารถสร้างแรงกดดันได้มากขึ้น เราทำไม่ได้ดีเท่าที่ควร และผมขอรับผิดชอบในจุดนี้เอง"
“ผมเพิ่งบอกกับนักเตะไปว่า ความรู้สึกผิดหวังที่เหมือนกับแพ้นั้น จริง ๆ แล้วผมชอบทัศนคติแบบนี้นะ เพราะมันแสดงถึงความมุ่งมั่น เราต้องรีบเปลี่ยนความรู้สึกนี้ให้เป็นพลัง เรามีเกมวันอังคารรออยู่ สิ่งสำคัญคือต้องฟื้นตัวให้ดี กลืนความผิดหวังในวันนี้ แล้วตอบสนองกลับมาให้ได้ในเกมหน้า”
“พรุ่งนี้เราจะกลับมาวิเคราะห์กันว่าอะไรที่เราควรทำให้ดีกว่านี้ อะไรที่สามารถนำไปใช้ในเกมถัดไปได้ และต้องเตรียมตัวให้เร็วที่สุดเพื่อพยายามคว้าสามแต้มจากเกมกับฮัลล์ เราต้องมั่นใจว่าเราจะพัฒนาฟอร์มการเล่นให้ดีขึ้น”
ผู้จัดการทีมชาวสเปน ยังให้ข้อมูลอัพเดทเกี่ยวกับอาการของ จอร์แดน เจมส์ ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 72 หลังจากลงเล่นให้ทีมชาติเวลส์ถึงสองนัดในช่วงพักเบรกทีมชาติ รวมถึง บ็อบบี้ เดอ คอร์โดว่า-รีด ที่ถูกส่งลงสนามในครึ่งหลัง หลังเพิ่งรับใช้ทีมชาติมาเช่นกันในช่วงต้นสัปดาห์
“เจเจ รู้สึกเหนื่อยมากในช่วงท้ายเกม นั่นคือเหตุผลที่เราต้องเปลี่ยนตัวเขาออก ทั้งที่จริง ๆ แล้วเขากำลังเล่นได้ดีเลย”
“ส่วนบ็อบบี้ แม้เราจะพยายามจำกัดเวลาในสนามของเขา แต่เขารู้สึกเจ็บที่กล้ามเนื้อแฮมสตริง ทำให้ในช่วง 20 นาทีสุดท้ายเราต้องเล่นกันแทบจะเหมือนมีแค่ 10 คน แต่เราไม่อ้างเรื่องนี้เป็นข้อแก้ตัว นี่คือความจริงที่ทุกทีมในลีกต้องเจอ และเราจำเป็นต้องทำให้ดีกว่านี้”