กองหลังชาวอิตาเลียนโหม่งให้เลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำที่ ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม ในนาทีที่ 17 ก่อนที่ทัพจิ้งจอกสยาม จะโดนตีเสมอในช่วงท้ายครึ่งแรก จากลูกยิงระยะเผาขนของ ไรลีย์ แม็คกรี
จากผลเสมอกับสโต๊ค ซิตี้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา บวกกับผลนัดนี้ ทำให้แกรี่ โรเว็ตต์ ยังคงไม่แพ้ใครในฐานะผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี้ แต่ว่าเป้าหมายสำคัญคือการคว้าสามแต้มในเกมนัดถัดไป
ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้เลสเตอร์ รั้งอันดับ 22 ของตารางแชมเปี้ยนชิพ อยู่ในโซนตกชั้นตามหลังพื้นที่ปลอดภัยหนึ่งคะแนน โดยเกมถัดไปจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของนอริช ซิตี้ ในวันเสาร์นี้
ออกสตาร์ตได้อย่างมีความหวัง
บรรยากาศที่ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม คึกคักตั้งแต่เริ่มเกม แฟนบอลเจ้าถิ่นหวังเห็นทีมยุติการรอคอยการกลับสู่พรีเมียร์ลีกที่ยาวนานกว่าทศวรรษในฤดูกาลนี้
สำหรับทีมของโรเว็ตต์ นี่คือบททดสอบที่หนัก หลังเพิ่งหยุดสถิติแพ้ห้านัดติดต่อกันเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ครึ่งแรกมีช่วงเวลาที่น่าพอใจ แม้ว่ามีจังหวะที่อัสเมียร์ เบโกวิช ต้องโชว์ฝีมือปัดฟรีคิกของแม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ ออกไป แต่โบโร่ ก็ไม่ได้สร้างโอกาสได้มากยักในครึ่งแรก
นาทีที่ 17 เลสเตอร์ขึ้นนำ โดยเริ่มจาก ดิไวน์ มูคาซ่า เปิดฟรีคิกเข้ากรอบเขตโทษให้เคเลบ โอโคลี่ โหม่งผ่านมือโซล บรินน์ เข้าไป โดยเขาเบียดชนะลุค เอย์ลิง ก่อนโหม่งทำประตูที่สองของตัวเองกับสโมสร ต่อหน้าแฟนบอลเลสเตอร์ที่เดินทางตามมามาเชียร์ทีม
โบโร่เอาคืน
อย่างไรก็ตาม ทีมของคิม เฮลล์เบิร์ก ที่กำลังลุ้นพื้นที่เลื่อนชั้นอัตโนมัติ เริ่มสร้างความอันตรายมากขึ้นก่อนหมดครึ่งแรก
ทอมมี่ คอนเวย์ เปิดบอลผ่านหน้าประตูจนเกือบมีคนเข้าชาร์จได้ ก่อนที่เขาจะเป็นคนสร้างจังหวะประตูตีเสมอในช่วงวินาทีสุดท้ายก่อนพักครึ่ง เมื่อเขากระชากบอลจากทางซ้ายก่อนจ่ายให้แม็คกรี เข้าชาร์จในกรอบหกหลา
เป็นการจบครึ่งแรกที่น่าผิดหวังสำหรับเลสเตอร์ และส่งผลต่อรูปเกมในครึ่งหลัง โดยทัพจิ้งจอกสยาม แก้เกมด้วยการส่ง อับดุล ฟาตาวู และจอร์แดน อายิว ลงสนาม
ช่วงท้ายเกมสุดตึงเครียด
ในครึ่งหลัง ลุค โธมัส มีจังหวะเปิดบอลยาวไปข้างหน้า บอลกระดอนผ่านเอย์ลิง ไปถึงแพทสัน ดาก้า แต่กองหน้าชาวแซมเบีย ก็โหม่งบอลหลุดเสาออกไป
หลังจากนั้น โบโร่เพิ่มแรงกดดันมากขึ้น เดวิด สเตรเล็ค ได้ยิงแต่บอลยังหลุดกรอบจากลูกจ่ายของคัลลัม บริเทน ก่อนที่แม็คกรี จะยิงเฉียดเสาออกไปอีกครั้ง
เบโกวิช ต้องออกแรงเซฟต่อเนื่องจากทั้งลูกยิงของแม็คกรีและไอดัน มอร์ริส ด้านโอลิเวอร์ สคิปป์ มาเป็นฮีโร่ช่วงท้ายเกม เข้าสกัดบอลได้อย่างยอดเยี่ยม ป้องกันไม่ให้แม็คกรี ซัดประตูชัยในจังหวะสุดท้ายของเกม