ประตูของ เฟมี อาซีซ ในนาทีที่ 44 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมที่เบอร์มอนด์ซีย์ โดยในครึ่งหลัง มีฮาอิโล อีวาโนวิช กองหน้าเจ้าถิ่นพลาดจุดโทษหลังถูก ยาคุบ สโตลาร์ซิค เซฟเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ หล่นลงมาอยู่อันดับ 10 ของตาราง ศึกสกาย เบต แชมเปี้ยนชิพ และยังไม่ชนะใครใน 3 นัดล่าสุด ก่อนจะกลับไปลงสนามสองเกมติดที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม
เปิดเกมดวลหมัดในลอนดอนใต้
ช่วงต้นเกมที่เบอร์มอนด์ซีย์ จิ้งจอกสยาม เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด วางบอลยาวไปให้ อารอน แรมซีย์ แทงต่อถึง จอร์แดน เจมส์ ที่ยืมตัวมาจาก แรนส์ แม้เจ้าตัวจะไม่สามารถหาช่องยิงได้ แต่บอลไหลต่อมาถึง อับดุล ฟาตาวู ที่แต่งบอลหาช่องในกรอบเขตโทษ ก่อนจะถูก ทริสแตง ครามา พุ่งบล็อกเอาไว้ได้ก่อนเข้ากรอบ
มิลล์วอลล์ได้จังหวะโต้กลับในนาทีที่ 12 เมื่อ แคสเปอร์ เดอ นอร์เร่ แทงบอลทะลุช่องให้ อาซีซ หลุดเข้าไปยิง แต่ สโตลาร์ซิค ใช้แขนขวาปัดออกหลังได้อย่างยอดเยี่ยม
อีกหกนาทีต่อมา แนวรับของทีมเยือนต้องเหนื่อยอีกครั้ง เมื่อ อาซีซ ได้โอกาสสับไกเรียด แต่ถูก สโตลาร์ซิค เซฟไว้ได้อีก โดยมี เวสเตอร์การ์ด และ เคเลบ โอโคลี่ ช่วยบังบอลและเคลียร์พ้นเขตอันตรายไว้ได้อย่างเฉียดฉิว
สิงโตเจ้าบ้านออกนำก่อนพักครึ่ง
ความพยายามของจิ้งจอกสยามต้องสะดุดในช่วงท้ายครึ่งแรก เมื่อเหลือเวลาเพียง 1 นาทีในครึ่งแรก เดอ นอร์เร่ วางบอลยาวจากแดนหลังไปให้ อาซีซ หลุดเข้าไปเอาชนะการประกบของ ลุค โธมัส ก่อนซัดเต็มข้อผ่านมือ สโตลาร์ซิค เข้าไปตุงตาข่าย ให้ มิลล์วอลล์ ขึ้นนำ 1-0
เสียงเชียร์จากแฟนเจ้าบ้านทั้งสี่มุมของเดอะ เดน ดังสนั่นด้วยความมั่นใจ เมื่อทีมของพวกเขารั้งอันดับ 3 ของตารางในขณะนี้ ส่วนฝั่งทีมเยือนของ มาร์ตี ซิฟูเอนเตส ต้องเจอข่าวร้ายเมื่อ แรมซีย์ มีอาการบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนออกในครึ่งหลัง
ก่อนครบหนึ่งชั่วโมง เจ้าถิ่นได้จุดโทษเมื่อ อาซีซ หลุดเข้าเขตโทษทางฝั่งซ้าย และถูก แฮร์รี่ วิงค์ส สไลด์สกัดล้มลง ผู้ตัดสิน เจมส์ เบลล์ ชี้เป็นจุดโทษทันที แต่ สโตลาร์ซิค ยังโชว์ซูเปอร์เซฟ ปัดลูกยิงของ อีวาโนวิช ออกไปได้ที่มุมขวาล่างของประตูต่อหน้าแฟนเจ้าบ้าน
เลสเตอร์ ไม่สามารถคัมแบ็กในเกมนี้
อาการบาดเจ็บของ แรมซีย์ ถือเป็นการเปลี่ยนเกมที่ไม่คาดคิดสำหรับ ซิฟูเอนเตส แต่ก็เปิดโอกาสให้ ฮูเลี่ยน คาร์รันซ่า ลงมาแทน และตามมาด้วยการเปลี่ยนตัวส่ง ซิลโก้ โธมัส และ เว้าท์ ฟาส เพื่อเพิ่มพลังในแนวรุก
จิ้งจอกสยามพยายามบุกใส่ต่อเนื่องต่อหน้าแฟนบอลกว่า 2,900 คนในโซนทีมเยือน โดยเริ่มจากลูกโหม่งของ เคเลบ โอโคลี่ จากลูกเตะมุมของ เจมส์ ที่หลุดคานออกไปเล็กน้อย
นาทีที่ 76 คาร์รันซ่า โชว์ท่ายิงจักรยานอากาศสุดสวย แต่บอลลอยข้ามคานไปแบบได้ลุ้น จากนั้นไม่นาน สเตฟี่ มาวิดิดี้ (กองหน้า) และ แพทสัน ดาก้า ก็ถูกส่งลงสนามเพื่อเพิ่มแรงกดดัน แต่แนวรับของมิลล์วอลล์ยังเหนียวแน่นไม่เปิดช่อง
ช่วงท้ายเกม แม็กซ์ โครคอมบ์ ผู้รักษาประตูเจ้าบ้านปัดลูกเปิดของ เจมส์ ที่เกือบเสียบคานออกไปได้ และ ครามา ยังเคลียร์จังหวะสุดท้ายในช่วงทดเวลาบาดเจ็บได้อย่างยอดเยี่ยม
โอกาสสุดท้ายของเลสเตอร์มาถึงในช่วงนาทีสุดท้าย เมื่อ ดาก้า ได้โหม่งจากลูกเปิดของ เจมส์ แต่บอลไปตรงตัว โครคอมบ์ ทำให้ทีมเยือนต้องกลับออกจากลอนดอนแบบไม่มีแต้มติดมือ