เลสเตอร์ ซิตี้ เตรียมลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายที่สนามกูดิสัน พาร์ค ในวันเสาร์นี้ (คิกออฟ 22:00 น. ตามเวลาไทย) โดยทัพ "จิ้งจอกสยาม" เดินทางไปยังเมอร์ซีย์ไซด์ด้วยความมั่นใจ หลังเพิ่งเก็บชัยชนะสำคัญเหนือท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในเกมล่าสุด
ขณะนี้ เลสเตอร์กำลังเผชิญหน้ากับทีมที่อยู่เหนือพวกเขาเพียงหนึ่งอันดับในตารางคะแนน นั่นทำให้เกมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และมีหลายประเด็นที่ ฟาน นิสเตลรอย กล่าวถึงในงานแถลงข่าวก่อนเกมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา…
‘รากฐานที่ต้องต่อยอด’
ภูมิใจหลังเก็บชัยเหนือสเปอร์ส
หลังจากคุมทีมมาเพียงสองเดือนกว่า รุด ฟาน นิสเตลรอย ได้สะท้อนถึงพัฒนาการของเลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำของเขา โดยเฉพาะหลังจากที่ทีมสามารถคว้าชัยชนะนัดแรกในลีกได้สำเร็จในรอบ 9 เกม และหวังต่อยอดโมเมนตัมนี้ต่อไป
“ผมไม่รู้สึกถึงความแตกต่างของความเข้มข้นในการฝึกซ้อมหลังจากชัยชนะครั้งล่าสุด” ฟาน นิสเตลรอยเผยกับสื่อเมื่อต้นสัปดาห์นี้ “เราฝึกซ้อมกันในระดับที่ต้องรักษามาตรฐานเสมอ และเราได้แสดงให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่ดี”
“ในแง่นั้น เราอยู่ในจุดที่มั่นคงและแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรเป็น เพราะเมื่อสัปดาห์ใหม่เริ่มขึ้น เราก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด การฝึกซ้อมยังคงเป็นไปตามแนวทางที่เข้มข้นเสมอ แน่นอนว่าการคว้าสามแต้มจากเกมเยือนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรา ในสถานการณ์ที่เราอยู่ตอนนี้”
“เมื่อพิจารณาจากฟอร์มของทีม การเก็บชัยชนะและสามแต้มเพิ่มขึ้นถือว่าสำคัญมาก มีการพูดถึงเรื่องผลการแข่งขันและฟอร์มการเล่นกันเยอะ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง”
“ผมคิดว่าในเกมกับสเปอร์ส เราได้เห็นทีมที่เล่นอย่างมีระเบียบ มีเกมรับที่แข็งแกร่งและมีความกระชับมากขึ้น และเมื่อเราได้ครองบอล เราก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเราได้ดี การบุกไปชนะทีมอย่างสเปอร์สเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับเรา และสองประตูที่ทำได้ก็ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม”
“เราพูดกันมาตลอดเกี่ยวกับการสร้างโอกาส แต่บางครั้งก็เปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ในเกมกับสเปอร์ส เรามีความเฉียบขาดมากขึ้น ตอนนี้เรายังอยู่ในกระบวนการพัฒนา และยังคงเดินหน้าต่อไป”
“อีกหนึ่งจุดสำคัญคือการจัดระเบียบเกมรับ และวิธีที่เราทำงานร่วมกันเพื่อหยุดเกมรุกของสเปอร์ส เราสร้างรากฐานจากตรงนั้น และใช้มันเพื่อสร้างผลการแข่งขัน รวมถึงทำประตูที่สร้างความแตกต่างให้กับเกม นี่คือพื้นฐานที่เราต้องต่อยอด”
“โมเมนตัมคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณสามารถฉลองชัยชนะที่สมควรได้รับในเกมเยือน และเก็บสามแต้มเพิ่ม ซึ่งมันช่วยเติมพลังงานและความมั่นใจให้กับทีม เราต้องรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ต่อไป”
"ไอเดียในการเล่นแบบใหม่"
กูดิสัน พาร์ค เป็นสนามที่เต็มไปด้วยความทรงจำของ กุนซือ จิ้งจอกสยาม
รุด ฟาน นิสเตลรอย ยังคงมีความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับสนามกูดิสัน พาร์ค ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนักเตะ หลังจากทำได้ถึง 5 ประตูจาก 5 เกมที่ลงเล่นที่นี่ อย่างไรก็ตาม เขาตระหนักดีถึงอิทธิพลของบรรยากาศในสนามแห่งนี้ รวมถึงผลกระทบเชิงบวกที่ เดวิด มอยส์ นำมาสู่เอฟเวอร์ตันอีกครั้ง หลังจากกลับมาคุมทีมและพาทีมชนะ 2 จาก 3 เกมแรกของเขา
“มันคือหนึ่งในสนามที่คลาสสิกที่สุดของฟุตบอลอังกฤษ ถ้าผมต้องแนะนำให้ใครสักคนจากต่างประเทศได้สัมผัสบรรยากาศของฟุตบอลอังกฤษ นี่คงเป็นหนึ่งในสนามที่ผมจะแนะนำให้พวกเขาเห็น”
“อัฒจันทร์เก่าแก่ ลักษณะเฉพาะตัว และความใกล้ชิดของแฟนบอลกับสนามแข่งขัน ที่นี่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และถือเป็นสนามที่สะท้อนตัวตนของทีมในพรีเมียร์ลีกได้อย่างแท้จริง”
“ผมรู้ดีว่าการลงเล่นที่นี่เป็นอย่างไร แต่ผมก็รู้ด้วยว่าในทุกเกมเยือนของพรีเมียร์ลีก คุณต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่กองเชียร์มีอิทธิพลต่อเกม เรามีนักเตะที่มีประสบการณ์เพียงพอที่จะรับมือกับเรื่องนี้ได้”
“การเล่นให้ได้ดีภายใต้บรรยากาศแบบนี้คือความท้าทายของเกมเยือน เรารู้ว่าเอฟเวอร์ตันมีศักยภาพแค่ไหน และเห็นแล้วว่าผลงานของพวกเขาดีขึ้นภายใต้กุนซือคนใหม่ พวกเขากำลังสร้างโมเมนตัมของตัวเอง และเราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งนั้น”
“เราต้องคำนึงถึงฟอร์มการเล่นของพวกเขาในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงแนวคิดใหม่ๆ ที่ถูกนำมาใช้ เราต้องวิเคราะห์ว่าทีมเล่นอย่างไรก่อนหน้านี้ และเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรภายใต้การคุมทีมของเดวิด มอยส์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการวางแผนและเตรียมตัวสำหรับเกมนี้”
'ผู้เล่นคนสำคัญ'
บิลาล เอล คานนูสส์ และ บูบาการี่ ซูมาเร่ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม
รุด ฟาน นิสเตลรอย ประทับใจในฟอร์มการเล่นของ บิลาล เอล คานนูสส์ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเขาวิเคราะห์ถึงพัฒนาการของแข้งรายนี้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของเลสเตอร์ ซิตี้ พร้อมทำไปแล้ว 6 ประตูและแอสซิสต์ นับตั้งแต่กุนซือชาวดัตช์เข้ามาคุมทีม
“เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงทุกเกม และเป็นผู้เล่นที่สำคัญสำหรับเราด้วยความคิดสร้างสรรค์และการเล่นเกมรับเมื่อไม่มีบอล”
“เขามีความต้องการในการจ่ายบอลขั้นสุดท้าย และสามารถพาทีมออกจากสถานการณ์กดดันได้ดี นอกจากนี้ เขายังสร้างโอกาสทั้งจากแอสซิสต์และการทำประตู”
“เขาฝึกซ้อมเรื่องการยิงประตูอย่างหนัก และผมพอใจกับพัฒนาการของเขามาก ผมเชื่อว่าในอนาคต เราจะได้เห็นอะไรจากเขามากกว่านี้ เพราะด้วยอายุและศักยภาพของเขา เขายังสามารถพัฒนาได้อีกเยอะ”
“ความท้าทายของเขาในวัยนี้คือการผลักดันตัวเองให้ค้นพบขีดจำกัดของตัวเองให้ได้ ผมเชื่อว่าศักยภาพของเขาอยู่ในระดับที่สามารถเป็นนักเตะชั้นนำในยุโรป และเล่นในแชมเปียนส์ลีกได้”
“แต่สิ่งสำคัญคือเขาต้องทำงานหนักทุกวันและรักษาความสม่ำเสมอ เพราะมันจะพาเขาไปได้ไกล นอกจากเอล คานนูสแล้ว ผมยังเห็นพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมของ บูบาการี ซูมาเร่ เช่นกัน เขากำลังพัฒนาไปพร้อมกันและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว”