ประตูจาก จาเฟ็ต ทันกันก้า กัปตันทีมเจ้าถิ่น, ทอม แคนนอน อดีตกองหน้าของทีม และ คัลลัม โอแฮร์ เป็นตัวแปรสำคัญของเกมที่สนามบรามอลล์ เลน ก่อนที่ จอร์แดน เจมส์ จะยิงประตูปลอบใจในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ส่งให้เลสเตอร์ ซิตี้ พ่ายให้กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในยอร์กเชียร์ใต้ เพียงสามวันหลังจากเปิดบ้านเอาชนะ ดาร์บี้ เคาน์ตี้
ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้เลสเตอร์ ซิตี้ รั้งอันดับ 13 ของตาราง มีคะแนนตามหลังกลุ่มหกอันดับแรกอยู่ 6 คะแนน ก่อนจะกลับไปลงสนามพบกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ในคืนวันจันทร์ ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม คิกออฟเวลา 03:00 น.
โดนกดดันตั้งแต่ครึ่งแรก
เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เปิดเกมรุกใส่ตั้งแต่ช่วงต้น โดย แพทริค แบมฟอร์ด ได้โอกาสยิงจากมุมแคบ แต่ ยาคุบ สโตลาร์ซิค ยังเซฟเอาไว้ได้ ก่อนจะทำผลงานได้อีกครั้งในอีกไม่กี่นาทีถัดมา ขณะที่จังหวะยิงของ ทอม แคนนอน ถูก เบน เนลสัน บล็อกเอาไว้ได้ ทำให้แนวรับของเลสเตอร์ ซิตี้ ยังต้านทานเกมรุกของเจ้าถิ่นเอาไว้ได้ในช่วงต้น
จากนั้น อังเดร บรูคส์ โหม่งเปลี่ยนทางลูกเตะมุมของ แซม แม็คคัลลัม หลุดกรอบออกไป ขณะที่ทีมของ คริส ไวล์เดอร์ ยังไม่สามารถเปลี่ยนความกดดันช่วงต้นเกมให้เป็นประตูได้
อย่างไรก็ตาม เจ้าถิ่นมาได้ประตูขึ้นนำก่อนหมดครึ่งแรก 10 นาที จากจังหวะเตะมุมอีกครั้งของ แม็คคัลลัม และเป็น จาเฟ็ต ทันกันก้า ที่โหม่งเต็มแรงในกรอบหกหลา ส่งบอลตุงตาข่าย เป็นประตูขึ้นนำ 1-0
ดาบคู่เร่งเครื่อง
เลสเตอร์ ซิตี้ หวังออกสตาร์ทครึ่งหลังด้วยความกระตือรือร้น หลังจากทำผลงานได้ไม่ดีนักใน 45 นาทีแรก แต่โมเมนตัม ที่อาจเกิดขึ้นกลับถูกหยุดลงอย่างรวดเร็วจากประตูที่สองของเจ้าถิ่น
อังเดร บรูคส์ ใช้ความเร็วเอาชนะ ลุค โธมัส ทางริมเส้น ก่อนดึงบอลย้อนมาให้ ทอม แคนนอน ยิงจังหวะเดียวจากในกรอบเขตโทษส่งบอลเข้าประตูไป อดีตกองหน้าเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเคยทำประตูได้ในเกมที่พบกันนัดแรกของฤดูกาลบนถนนฟิลเบิร์ต เวย์ กลับมาลงโทษทีมเก่าได้อีกครั้ง
ประตูที่สามของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ปิดเกมลงอย่างเด็ดขาด เมื่อ เฟมี เซริกี เปิดบอลเรียดเข้ามาอย่างแม่นยำให้ คัลลัม โอแฮร์ สไลด์เข้าชาร์จระยะเผาขน ส่งผลให้สกอร์ขาดลอย แม้ในช่วงท้ายเกม จอร์แดน เจมส์ จะยิงประตูได้อย่างสวยงาม บอลพุ่งเสียบมุมล่าง เป็นประตูที่ 7 ของเขาในลีกฤดูกาลนี้ก็ตาม
ขาดความเฉียบคมในเกมรุก
ฝั่งเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่สามารถสร้างความกดดันให้กับ ไมเคิล คูเปอร์ ได้เลยในครึ่งแรก โดยโอกาสใกล้เคียงที่สุดมาจาก อับดุล ฟาตาวู ที่ลองยิงไกลจากระยะประมาณ 35 หลา แต่บอลหลุดกรอบออกไป ซึ่งเป็นจังหวะยิงครั้งแรกของทีมในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของเกม
หลังพักครึ่ง ฟาตาวู พยายามลองยิงในลักษณะเดียวกันอีกครั้ง แต่บอลก็ยังข้ามคานออกไป ขณะที่ เบน เนลสัน ซึ่งขึ้นมาจากแนวรับในจังหวะเตะมุม ก็ไม่สามารถกดบอลให้อยู่ในกรอบได้ ยิงข้ามคานไปเช่นกัน
โอกาสของ ซิลโก้ โธมัส ซึ่งได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเต็มรูปแบบและยืนเป็นตัวเป้าในเกมนี้ มีไม่มากนัก และการส่ง จอร์แดน อายิว ลงสนามหลังเริ่มครึ่งหลังไปได้ 12 นาที รวมถึงแข้งจากอะคาเดมี่อย่าง เจเรมี่ ม็องก้า และ หลุยส์ เพจ ก็ยังไม่เพียงพอที่จะยกระดับเกมรุกให้กลับเข้าสู่เกมได้
อย่างไรก็ตาม ด้วยโปรแกรมถัดไปที่ต้องพบกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ภายในอีกเพียงสี่วัน ทำให้เลสเตอร์ ซิตี้ ไม่มีเวลามากนักในการจมอยู่กับความพ่ายแพ้นัดนี้