หลังจากต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งรายเดิมจากศึก สกาย เบต แชมเปี้ยนชิพ ที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันอังคาร ความได้เปรียบที่นำอยู่ 3 ประตูกลับถูกทีมเยือนพลิกสถานการณ์แซงกลับมา ก่อนจะเก็บชัยชนะพร้อมคว้า 3 คะแนนกลับลงไปทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ยังรั้งอันดับที่ 21 ของตารางคะแนน
เป็นเกมที่เสียหายสำหรับเลสเตอร์ เป็นอย่างมาก แต่หลังจากได้พูดคุยกับนักเตะทันทีหลังจบเกม และต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนนี้ แอนดี้ คิง ต้องการให้ทุกคนหันไปโฟกัสกับอนาคต และเดินหน้าสร้าง “โมเมนตัม” ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ทีมยืนอยู่ในตำแหน่งที่ดีตลอดฤดูกาลนี้
ก่อนจะต้องทำศึกในเกมบอลถ้วยเอฟเอ คัพ รอบที่สี่ ที่สนาม เซนต์ แมรีส์ สเตเดี้ยม วันเสาร์นี้ เวลา 22:00 น.
‘เราต้องการชัยชนะ’
นับตั้งแต่คว้าชัยชนะครั้งล่าสุดจากเกมเอฟเอ คัพ ที่บุกไปชนะเชลท์แน่ม ทาวน์ ทีมจากลีกทู 2-0 เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา จิ้งจอกสยาม ยังไม่ชนะใครอีกเลย และเข้าสู่เกมนี้ด้วยผลงานแพ้ตลอด 4 นัดหลังสุดในศึกแชมเปี้ยนชิพ
นี่คือฟอร์มที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด และแม้สุดสัปดาห์นี้จะไม่ได้มีคะแนนให้ลุ้นกัน แต่ แอนดี้ คิง ซึ่งกำลังดูแลทีมระหว่างที่สโมสรยังคงเดินหน้าค้นหาเฮดโค้ชคนใหม่ เชื่อว่าชัยชนะจะส่งผลดีได้หลายด้าน
“มันจะต่างออกไปสักหน่อย เพราะไม่มีความกดดันเรื่องจำเป็นต้องเอา 3 แต้มเพื่ออันดับในลีก” เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี
“แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความสำคัญของเกมนี้ลดลงสำหรับผมเลย เราไม่ได้อยู่ในช่วงที่มีฟอร์มที่ดี และเราต้องการชัยชนะเพื่อพยายามเปลี่ยนโมเมนตัม หรือพยายามเปลี่ยนทิศทางของฤดูกาลนี้
“เราต้องการชัยชนะเพื่อทำให้บรรยากาศภายในทีมดีขึ้น มันจะเป็นเรื่องดีหากมีนักเตะอีก 2-3 คนได้ลงเล่น ได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาทำอะไรได้บ้าง
“ท้ายที่สุดแล้ว ผมคิดว่าสำหรับนักเตะหลายคน ไม่ว่าใครก็ตามที่จะเข้ามาเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ และจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ตาม พวกเขาจะดูเกมเหล่านี้ในช่วงที่ผมคุมทีม เพื่อประเมินว่าอยากใช้งานใคร และชอบใคร หรืออาจไม่ชอบใคร
“ท้ายที่สุดแล้ว มันก็เหมือนเป็น ‘หน้าร้าน’ ให้เด็ก ๆ ได้โชว์ต่อหน้าเฮดโค้ชคนใหม่ในช่วงที่ผมอยู่ในสถานการณ์นี้ เพื่อบอกว่า: ‘เอาล่ะ นี่คือสิ่งที่ผมทำได้ และนี่คือสิ่งที่ผมเป็นสำหรับก้าวต่อไป’”
‘เราทุกคนอยู่ในนี้ด้วยกัน’
เมื่อถูกถามถึงภาวะผู้นำภายในกลุ่มผู้เล่น คิงชี้ไปที่ประสบการณ์ของผู้เล่นใหม่อย่าง โจ อาริโบ และ จามาล ลาสเซลส์ พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่าคุณสมบัติเหล่านี้สามารถมาจากใครก็ได้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไรหรือมีสถานะอย่างไรภายในทีมก็ตาม
“เรานำภาวะผู้นำเข้ามาด้วยการได้ทั้ง โจ และ จามาล” เขาอธิบาย “พวกเขาเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์ รู้จักลีกนี้เป็นอย่างดี
“พวกเขาเองก็เป็นคาแร็กเตอร์ที่เด่นมากในสโมสรเก่าด้วย ผมคิดว่ามันสามารถมาจากคนในทีมได้เช่นกัน และมันอาจเป็นนักเตะที่กำลังสั่งสมประสบการณ์มากขึ้น จนจู่ ๆ ก็มีบทบาทมากขึ้นในห้องแต่งตัว รู้สึกว่าตัวเองสามารถพูดได้มากขึ้น"
“มันน่าจะเกี่ยวข้องกับตัวผมในฐานะคนคุมทีมตอนนี้ด้วย ที่ต้องให้ผู้เล่นมีอิสระในการแสดงออก"
“ก่อนหน้านี้พวกเขาอาจไม่รู้สึกว่าตัวเองมีพื้นที่จะพูด หรือรู้สึกว่ายังไม่ใช่รุ่นพี่มากพอในทีม ยกตัวอย่างเช่น เพื่อจะแสดงทักษะด้านนั้นออกมา แต่สิ่งที่ผมอยากบอกคือ: ฟังนะ เราทุกคนอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน"
“ไม่ว่าคุณจะอายุ 16 หรือ 36 ผมไม่ได้สนใจ ถ้าคุณมีอะไรจะพูด คุณก็พูดได้ ถ้าคุณมีประเด็นที่ถูกต้อง ก็เสนอมาเลย"
“มันคือเรื่องของการที่เราทุกคนอยู่ในนี้ด้วยกัน เราทุกคนกำลังก้าวไปข้างหน้า เราทุกคนกำลังพยายามสร้างโมเมนตัม เพื่อท้ายที่สุดจะพยายามจบฤดูกาลนี้ให้แข็งแกร่งที่สุด”
‘สร้างบางสิ่งขึ้นมา’
การสร้างโมเมนตัมเชิงบวกเพื่อขับเคลื่อนทีมตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาล คือหนึ่งในลำดับความสำคัญของ แอนดี้ คิง โดยโค้ชทีมชุดใหญ่ระบุว่าเขาจะมีการปรับเปลี่ยนผู้เล่น 11 ตัวจริงบางตำแหน่ง แต่ยังคงยึด “ชัยชนะ” เป็นเป้าหมายหลักในความคิด
“แน่นอนว่าในแง่สภาพจิตใจ สำหรับกลุ่มผู้เล่นแล้ว อาจเป็นเรื่องดีที่เราจะได้ลงเล่นในเกมที่ไม่มีแรงกดดันหนักหน่วงเกี่ยวกับจำนวนแต้มที่ต้องได้"
“แต่เหมือนที่ผมบอก เมื่อคุณเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ เราต่างคาดหวังซึ่งกันและกันว่าเราจะพยายามคว้าชัยชนะในทุกเกม เราจะไม่ไปที่นั่นด้วยแนวคิดแบบ ‘นี่เป็นเกมบอลถ้วย’ เราต้องการชนะ และเราจำเป็นต้องชนะ เพราะจากสถานการณ์ที่เราอยู่ตอนนี้"
“เราต้องการโมเมนตัม เราต้องการชัยชนะ และเราต้องการพยายามสร้างบางสิ่งขึ้นมาเพื่อมุ่งไปสู่ช่วงปลายปี ผมยังคงต้องการไปที่นั่นและเล่นอย่างแข็งแกร่ง"
“ผมไม่ต้องการแค่เปลี่ยน 11 คนยกชุด แล้วทำให้มันกลายเป็นเกมที่ไม่สำคัญสำหรับเรา อย่างที่ผมพูดซ้ำ ๆ ทุกเกมสำหรับสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ ตราบใดที่ผมยังรับหน้าที่อยู่ จะเป็นเกมที่สำคัญเสมอ อาจมีนักเตะบางคนที่เราต้องบริหารจัดการ"
“อย่าลืมว่านี่คือสัปดาห์ที่ต้องลงเล่น 3 เกม โดยใน 2 จาก 3 เกม เราใช้ผู้เล่นแค่ 10 คน ดังนั้นมันใช้พลังงานไปมากจากนักเตะบางคน เราจะปรับเปลี่ยนเพื่อเติมความสด แต่จะไม่ใช่การส่งทีมชุดใหม่แบบยกชุด ชนิดที่คนไม่เคยเห็นมาก่อนแน่นอน”