หลังจากบุกไปคว้าชัยชนะเหนือชาร์ลตัน แอธเลติก 1-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมก็มุ่งหวังจะขยับขึ้นไปสู่อันดับหัวตารางในศึกแชมเปียนชิพ
แต่ทางด้าน เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ก็มีผลงานที่ไม่ธรรมดา พวกเขาปรับตัวได้ดีในการกลับคืนสู่ศึกแชมเปียนชิพ โดยเก็บได้ถึง 7 คะแนนจาก 3 นัดแรก ของฤดูกาล
ก่อนจะถึงเกมคืนวันศุกร์นี้ (เริ่มแข่งเช้าวันเสาร์ที่ 30 เวลา 2.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) เดฟ สมิธ ผู้ร่วมเขียนหนังสือ Of Fossils & Foxes จะพาเรามาย้อนดูตัวเลขสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการเจอกันของทั้งสองทีม
การพบกันครั้งที่ผ่านมา
ทั้งสองทีมพบกันครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน ปี 2024 โดยเลสเตอร์ เป็นฝ่ายคว้าชัยด้วยสกอร์ 2-1 จากประตูของ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ และ สเตฟฟี่ มาวิดิดี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่นำไปสู่การคว้าแชมป์แชมเปียนชิพฤดูกาลนั้น ก่อนหน้านั้นในซีซั่นเดียวกัน เลสเตอร์ก็บุกไปเก็บสามแต้มเต็มจากสนาม เซนต์ แอนดรูว์ส ด้วยชัยชนะสุดมันส์ 3-2 โดยมาวิดิดี้ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมยิงได้สองประตู และดิวส์บิวรี-ฮอลล์ก็ซัดอีกหนึ่ง
ความเป็นมาระหว่าง เลสเตอร์ และ เบอร์มิงแฮม ต้องย้อนกลับไปไกลถึงรอบคัดเลือกเอฟเอ คัพ ปี 1891 ซึ่งเลสเตอร์ พ่ายไปด้วยสกอร์ 6-2 นับจากนั้นทั้งสองทีมก็เจอกันทั้งใน ลีกดิวิชันหนึ่ง และสองเดิม, พรีเมียร์ลีก รวมถึงฟุตบอลถ้วย ต่างๆ สำหรับการพบกันในฟุตบอลถ้วยครั้งล่าสุด คือศึก เอฟเอ คัพ มกราคม ปี 2024 ที่เลสเตอร์ เอาชนะไปแบบขาดลอย 3-0 จากประตูของ เจมี่ วาร์ดี้, ยูนุส อัคกูน และเดนนิส ปราเอต์ น่าสนใจว่าตลอดเวลากว่าศตวรรษ ที่เจอกันมาเลสเตอร์ ไม่เคยพบกับเบอร์มิงแฮม ในลีกคัพเลย แม้คู่นี้จะมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ก็ตาม
เหตุการณ์สำคัญ
มีหลายช่วงเวลาที่น่าจดจำจากประวัติศาสตร์การพบกันของทั้งสองทีม
เริ่มจาก อาร์เธอร์ โรว์ลีย์ ยิงแฮตทริกที่สนาม ฟิลเบิร์ต สตรีท ในปี 1951 และนั่นคือครั้งสุดท้ายที่นักเตะเลสเตอร์ ทำสามประตูในเกมเดียวในการเจอกับเบอร์มิงแฮม ส่วนแฮตทริกล่าสุดของฝั่ง เบอร์มิงแฮม เกิดขึ้นในปี 1976 เมื่อ เคนนี่ เบิร์นส์ ยิงสามประตูที่ฟิลเบิร์ต สตรีทเช่นกัน
รอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ ปี 1961 ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องเล่าที่อยู่ในความทรงจำของแฟนเลสเตอร์ เกมนั้นแข่งกันที่สนาม เซนต์ แอนดรูว์ส ของเบอร์มิงแฮม ซิตี้ เอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 ในการแข่งรีเพลย์รอบสอง ผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้สำเร็จ หลังจากที่เคยพ่ายแพ้รอบรองฯ ที่สนามเดียวกันต่อ พอร์ทสมัธ ในปี 1934
สำหรับนักเตะเลสเตอร์ ที่ลงสนามพบเบอร์มิงแฮม เป็นครั้งแรก คนล่าสุดคือ แบรนดอน โคเวอร์ และ อาร์จัน ไรคห์กี ในปี 2024 รวมแล้ว นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง มีผู้เล่นเลสเตอร์ถึง 14 คนที่ได้ประเดิมสนามในการเจอกับเบอร์มิงแฮม
นักเตะที่เคยเล่นให้ทั้งสองทีม & ดาวซัลโวสูงสุด
มีนักเตะหลายคนที่เคยลงเล่นกับทั้งสองสโมสร และทิ้งผลงานที่น่าจดจำไว้ทั้งที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม และ เซนต์ แอนดรูว์ส คนที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ เอมิล เฮสกีย์, มัซซี่ อิเซ็ต, ร็อบบี้ ซาเวจ และ เดมาไร เกรย์ ซึ่งกลับมาค้าแข้งกับเบอร์มิงแฮมในฤดูกาลนี้ รายชื่อนี้ยังรวมถึง เคอร์ติส เดวีส์, ลอยด์ ไดเออร์, เจสซี ลินการ์ด และ แฟรงค์ เวิร์ธิงตัน
การย้ายทีมระหว่างสองสโมสรก็มีเหตุการณ์สำคัญเช่นกัน นั่นคือการย้ายทีมของ สตีฟ คลาริจด์ ในปี 1996 ซึ่งอาจถือว่าเป็นการย้ายทีมที่สำคัญที่สุดในฝั่งของเลสเตอร์ เขายิงประตูสำคัญพาทีมเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกผ่านรอบเพลย์ออฟ รวมถึงซัดประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษพาทีมคว้าแชมป์ ลีกคัพ ปี 1997 และต่อมาได้ลงเล่นในศึก ยูฟ่า คัพ พบกับ แอตเลติโก มาดริด อีกด้วย
อาร์เธอร์ แชนด์เลอร์ ยังคงเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของเลสเตอร์ ในการพบกับเบอร์มิงแฮม โดยยิงได้ถึง 11 ประตู ส่วนฝั่งเบอร์มิงแฮม ดาวยิงสูงสุดคือ โจ แบรดฟอร์ด และ ชาร์ลี โจนส์ ที่ยิงได้คนละ 8 ประตู ในการพบเลสเตอร์
ขณะที่ เคน ลีค คือนักเตะที่ทำประตูได้ให้กับทั้งสองทีมในการพบกัน ส่วน เดนนิส โรฟ และ สตีฟ วอลช์ ก็เคยยิงประตูให้ทั้งสองทีมเช่นกัน แต่เกิดขึ้นจากการทำ เข้าประตูตัวเอง ตอนที่พวกเขาลงเล่นเจอกับสโมสรเก่าของตัวเอง