ทั้งสองสโมสรต่างมีเป้าหมายในการขยับอันดับขึ้นบนตารางคะแนนในฤดูกาลนี้ การเผชิญหน้าครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดศึกดาร์บี้แมตช์ที่สืบทอดยาวนานกว่าศตวรรษ และผ่านการฟาดแข้งมาแล้วกว่า 80 เกมอย่างเป็นทางการ
สุดสัปดาห์นี้ “จิ้งจอกสยาม” จะตั้งเป้าขยายสถิติไร้พ่ายในบ้านต่อโคเวนทรีออกไปอีก หลังจากไม่แพ้เลยตลอด 9 เกมหลังสุดในการเปิดบ้านพบคู่แข่งรายนี้ โดยสถิติดังกล่าวย้อนไปถึงช่วงก่อนที่สโมสรจะย้ายมาใช้ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อปี 2002
การพบกันก่อนหน้านี้
การพบกันครั้งนี้จะนับเป็นแมตช์ที่ 89 ของทั้งสองสโมสรในทุกรายการ โดยเลสเตอร์ ซิตี้ มีสถิติเป็นต่อเหนือกว่าอย่างชัดเจน จากการเก็บชัยชนะได้ถึง 38 นัดเหนือโคเวนทรี
ในช่วงการเผชิญหน้าล่าสุด เลสเตอร์ก็ยังทำได้ดีกว่าเช่นกัน โดยเฉพาะเกมเปิดสนามฤดูกาล 2023/24 ที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ซึ่ง “จิ้งจอกสยาม” เฉือนชนะไป 2-1 โดยมี เคียร์แนน ดิวส์บิวรี-ฮอลล์ ทำผลงานโดดเด่น ยิงรวมสามประตูจากการพบกันสองนัดในลีกฤดูกาลนั้น
ชัยชนะนัดเยือนล่าสุดของโคเวนทรีในเลสเตอร์ต้องย้อนไปถึงปี 2001 ขณะที่ความสำเร็จล่าสุดของพวกเขาเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2024 ที่ โคเวนทรี บิลดิ้ง โซไซตี้ อารีน่า โดย คัลลัม โอ’แฮร์ ทำสองประตูช่วยทีมคว้าชัย 3-1
เหตุการณ์สำคัญ
มีไม่กี่แมตช์ในประวัติศาสตร์ดาร์บี้แมตช์นี้ที่จะมีความหมายมากไปกว่าการพบกันที่ ไฮฟิลด์ โร้ด ในเดือนเมษายน 1969 เกมนั้นเลสเตอร์ได้รับการเป่าให้จุดโทษในช่วงท้าย แต่ถูกยกเลิกไปอย่างมีข้อกังขา ก่อนที่โคเวนทรีจะเอาชนะ และส่งผลให้ “จิ้งจอกสยาม” ต้องตกชั้นด้วยผลต่างเพียง 1 คะแนน ขณะที่ “สกายบลูส์” รอดพ้นจากการตกชั้นแทน
อีกหลายเกมก็ยังคงถูกจดจำมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการถล่มเอาชนะ 8-1 ในศึกลีกคัพปี 1964 ที่มีผู้เล่นเลสเตอร์ถึงสี่รายผลัดกันทำประตูได้, เกมในปี 1977 ที่มีการเป่าจุดโทษถึงสามครั้งในนัดเดียวที่ ฟิลเบิร์ต สตรีท, รวมถึงสถิติใบแดงที่ถูกแจกไปแล้ว 14 ใบตลอดการพบกัน
สำหรับจำนวนผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของการพบกันระหว่างเลสเตอร์กับโคเวนทรี ก็คือเกมตัดสินในปี 1969 ที่มีแฟนบอลกว่า 41,486 คนเข้าชมที่ไฮฟิลด์ โร้ด ขณะที่ประตูชัยในนาทีที่ 89 ของ ไบรอัน ดีน เมื่อปี 2002 ได้สร้างชัยชนะครั้งแรกของเลสเตอร์เหนือโคเวนทรีที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม (ซึ่งขณะนั้นใช้ชื่อว่า วอล์คเกอร์ส สเตเดี้ยม) และนับตั้งแต่นั้นมา เลสเตอร์ยังไม่เคยแพ้โคเวนทรีในบ้านอีกเลยหลังจากย้ายออกจากฟิลเบิร์ต สตรีท
ผู้เล่นที่เคยลงสนามให้ทั้งสองสโมสร & ดาวซัลโวสูงสุด
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีนักเตะชื่อดังจำนวนไม่น้อยที่เคยรับใช้ทั้งสองสโมสร รายชื่อนี้รวมถึง เจมส์ แมดดิสัน, แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, สตีฟ วอลช์, เควิน แม็คโดนัลด์, เจอร์รี เดลี่, จูเลียน โจอาคิม และ แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ เป็นต้น โดย ไบรอัน อัลเดอร์สัน และ ดีออน ดับลิน ต่างก็เคยยิงประตูในเกมดาร์บี้นี้ให้ทั้งสองทีมมาแล้วในเส้นทางค้าแข้งของพวกเขา
ในแง่ของสถิติการทำประตู อาร์เธอร์ แชนด์เลอร์ ยังคงเป็นเจ้าของสถิติสูงสุดของเลสเตอร์ ด้วยจำนวน 8 ประตูที่ยิงใส่โคเวนทรี ซึ่งยังคงยืนยาวเกือบหนึ่งศตวรรษ ส่วนฝั่งโคเวนทรีนั้น ทอม อังกฤษ ครองสถิติสูงสุดที่ 4 ประตู รวมถึงการทำแฮตทริกเพียงครั้งเดียวหลังสงครามโลกในประวัติศาสตร์ดาร์บี้นี้