“จิ้งจอกสยาม” เตรียมกลับมาลงสนามที่ถนนฟิลเบิร์ต เวย์ อีกครั้งในคืนวันเสาร์นี้ ทำศึก สกาย เบต แชมเปี้ยนชิพ พบกับพอร์ทสมัธ ท่ามกลางแสงไฟในรังคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม และเสียงเชียร์จากแฟนบอลเจ้าถิ่น โดยลูกทีมของ มาร์ตี ซิฟูเอนเตส ตั้งเป้าสานต่อผลงานอันยอดเยี่ยมในบ้าน ซึ่งยังไม่แพ้ใครในถิ่น LE2 ในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล 2025/26
ก่อนพักเบรกทีมชาติ เลสเตอร์เพิ่งบุกไปเก็บชัยชนะ 3-1 เหนือสวอนซี ขณะที่ “ปอมปีย์” กำลังพยายามสร้างความมั่นคงบนเวทีลีกระดับสอง หลังเลื่อนชั้นขึ้นมาจากลีกวันเมื่อสองปีก่อน โดยแสดงให้เห็นถึงความเป็นทีมที่มีระเบียบและพลังในการเล่นที่น่าจับตา
ก่อนเกมจะเริ่มในเวลา 01:45 น. ตามเวลาประเทศไทย เรามาย้อนดูสถิติและเรื่องราวที่น่าสนใจของคู่นี้ร่วมกับ เดฟ สมิธ ผู้ร่วมเขียนหนังสือ Of Foxes & Foxes
สถิติทั้งสองทีมก่อนพบกัน
ชัยชนะเหนือพอร์ทสมัธในเกมลีกครั้งล่าสุดของเลสเตอร์ ยังเป็นนัดสุดท้ายที่ **มุซซี่ อิซเซ็ต** ลงสนามให้กับ “จิ้งจอกสยาม” อีกด้วย.
การพบกันในวันเสาร์นี้จะเป็น ครั้งที่ 65 ระหว่างเลสเตอร์ ซิตี้ และพอร์ทสมัธในทุกรายการ โดย 26 นัดในนั้นเป็นเกมระดับดิวิชั่น 2 พร้อมกับอีก 2 นัดในรอบเพลย์ออฟ
เลสเตอร์ถือไพ่เหนือกว่าในสถิติรวม ด้วยชัยชนะ 32 นัด ขณะที่ชัยชนะในลีกครั้งล่าสุดต้องย้อนกลับไปถึงเกมพรีเมียร์ลีกปี 2004 เมื่อประตูของ พอล ดิคคอฟ, เจมส์ สโควครอฟต์ และการทำเข้าประตูตัวเองของ แมทธิว เทย์เลอร์ ช่วยให้จิ้งจอกสยามเปิดบ้านเอาชนะ 3-1 ที่สนามวอล์กเกอร์ สเตเดี้ยม (ซึ่งปัจจุบันคือ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม)
การพบกันช่วงหลังมักสูสี โดยเสมอกันถึง 4 นัดติดต่อกันในศึกแชมเปี้ยนชิพระหว่างปี 2011–2012
ในบอลถ้วย เลสเตอร์เคยบุกชนะ 1-0 ที่แฟร็ตตัน พาร์ก ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 ปี 1995 จากประตูของ อีวาน โรเบิร์ตส์ ส่วนในลีกคัพปี 2010 ประตูจาก ไมเคิ่ล มอร์ริสัน และ ลอยด์ ดายเออร์ ก็ช่วยให้เลสเตอร์บุกชนะ 2-1 ที่ชายฝั่งใต้
เกมแห่งประวัติศาสตร์
เดวิด นูเจนท์ เคยลงเล่นให้ทั้งสองทีม และยังเคยยิงประตูใส่ทั้งเลสเตอร์ ซิตี้ และพอร์ทสมัธอีกด้วย.
หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่จดจำได้มากที่สุดคือชัยชนะ 10-0 ที่ฟิลเบิร์ต สตรีท ในปี 1928 ซึ่งเป็นสกอร์ที่มากที่สุดของเลสเตอร์ในลีก โดย อาร์เธอร์ แชนด์เลอร์ เหมายิงถึง 6 ประตู และ เออร์นี่ ไฮน์ อีก 3 ประตู เกมนี้ถูกขนานนามว่า “เกมหงส์หกตัว” เนื่องจากมีเรื่องเล่าขานว่ามีหงส์ห้าตัวบินอยู่เหนือสนาม ก่อนจะมีตัวที่หกมาเพิ่มพอดีกับจังหวะที่แชนด์เลอร์ยิงแฮตทริกที่สองสำเร็จ — และลูกบอลถึงขั้นแตกจากการยิงของจิ้งจอกในวันนั้น!
นอกจากนี้ ทั้งสองทีมยังเคยเจอกันในรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ ปี 1934 และ 1949 ซึ่งมีผู้ชมมหาศาลถึง 66,544 คนที่สนามเซนต์แอนดรูว์ และราว 62,000 คนที่สนามไฮบิวรี่
อีกเกมจำไม่ลืมคือรอบรองชนะเลิศเพลย์ออฟปี 1993 ซึ่งเลสเตอร์เอาชนะพอร์ทสมัธแบบสองนัดรวมกันผ่านเข้ารอบชิงที่เวมบลีย์ได้สำเร็จ
อีวาน โรเบิร์ตส์ เป็นนักเตะเลสเตอร์คนเดียวหลังสงครามโลกที่ทำแฮตทริกในเกมพบพอร์ทสมัธ ยิงสามประตูในเกมชนะ 4-2 ที่ฟิลเบิร์ต สตรีท ปี 1995
มิเกล วีตอร์ ลงเล่นนัดแรกให้เลสเตอร์ในเกมลีกคัพชนะพอร์ทสมัธ 2-1 ที่แฟร็ตตัน พาร์ก ในปี 2010 ก่อนจะถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมลีกที่เจอกันอีกครั้งสามวันถัดมา ซึ่งเลสเตอร์พ่ายไปถึง 1-6
อีกหนึ่งเกร็ดที่น่าสนใจคือ เดวิด นูเจนท์ อดีตกองหน้าทั้งสองทีม เคยทำประตูได้ในสี่เกมติดต่อกันของคู่นี้ โดยยิงให้ทั้งเลสเตอร์และพอร์ทสมัธทีมละสองประตู
นักเตะที่เคยเล่นให้ทั้งสองทีม & ดาวซัลโวสูงสุดในประวัติศาสตร์คู่นี้
ยาคูบู เคยยิงได้ถึงเลขสองหลักในศึกพรีเมียร์ลีกให้กับพอร์ทสมัธถึงสองฤดูกาล ก่อนจะย้ายมาอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสัญญายืมตัวในฤดูกาล 2010/11.
นักเตะที่เคยสวมเสื้อทั้ง เลสเตอร์ ซิตี้ และ พอร์ทสมัธ มีไม่น้อย เช่น สตีฟ แคลริดจ์, เดวิด คอนนอลลี่, ริชชี่ เดอ เลต, จอร์จ เฮิร์สต์, อัสเมียร์ เบโกวิช, ยาคูบู, ดิโอม็องซี่ คามาร่า และ มาร์โก ฟูทัช
ด้านสถิติการยิงประตูในการพบกันทั้งหมด อาร์เธอร์ แชนด์เลอร์ ของเลสเตอร์นำโด่งด้วย 13 ประตู ซึ่งยังไม่มีใครทำลายได้ ส่วนทางฝั่งพอร์ทสมัธ แจ็ค เวดเดิล ทำได้สูงสุด 10 ประตู
จากเกมลูกบอลแตกจนถึงตำนาน “หงส์หกตัว” ไปจนถึงศึกเพลย์ออฟสุดดราม่า — การพบกันของทั้งสองทีมมักเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าจดจำ และในคืนวันเสาร์นี้ เมื่อเลสเตอร์เปิดบ้านรับมือพอร์ทสมัธที่ถนนฟิลเบิร์ตอีกครั้ง อาจมีหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่รอให้เขียนเพิ่มก็เป็นได้.