นี่คือเรื่องราวของ สตีฟ เอิร์ล อดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากให้กับ ฟูแล่ม ก่อนจะย้ายมา เลสเตอร์ ซิตี้ และมีบทบาทสำคัญในทีมของ จิมมี่ บลูมฟิลด์
สตีฟ เอิร์ล เล่นเคียงข้างตำนานลูกหนังอังกฤษ เช่น จอห์นนี่ เฮย์นส์ , บ็อบบี้ ร็อบสัน และ จอร์จ โคเฮน เขาลงเล่น 300 นัด และยิงได้ 100 ประตู ระหว่างปี 1964-1973
แม้จะได้รับข้อเสนอจาก เชลซี แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจย้ายไป เลสเตอร์ ซิตี้ ในเดือนพฤศจิกายน 1973 ด้วยค่าตัว 100,000 ปอนด์
เอิร์ล ย้ายมาเป็นคู่หูกองหน้าของ แฟรงค์ เวิร์ธทิงตัน และลงเล่น 115 นัดใน 4 ฤดูกาล เขาสามารถทำประตูได้ในเกมเปิดตัวกับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ช่วยให้ทีมชนะ 3-0 ในฤดูกาลแรกของเขา เลสเตอร์จบอันดับครึ่งบนของลีกและเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ก่อนจะพ่ายให้กับลิเวอร์พูล
คู่หูเวิร์ธทิงตัน-เอิร์ล ทำ 27 ประตูรวมกัน ในฤดูกาล 1976/77 (เวิร์ธทิงตัน 14, เอิร์ล 13) เอิร์ล เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทำให้เลสเตอร์เล่นฟุตบอลเกมรุกที่สนุกสนาน ฤดูกาลสุดท้ายของเขาต้องพบกับปัญหาเมื่อ แฟรงค์ แมคลินท็อค เข้ามาคุมทีม และทีมต้องตกชั้น
หลังจากออกจากเลสเตอร์ เอิร์ลตัดสินใจไปเล่นฟุตบอลใน อเมริกาเหนือให้กับ ดีทรอยต์ เอ็กซ์เพรส, ทัลซา รัฟเน็คส์ และ วิชิตา วิงส์ (ลีกฟุตบอลในร่ม) นอกจากนี้เขายังรับบท ผู้ช่วยโค้ช และพาทีม ทัลซา รัฟเน็คส์ คว้าแชมป์ ซอคเกอร์โบวล์ 1983
หลังเลิกเล่นฟุตบอล เอิร์ล ทำงานในธุรกิจ ประกันภัย กว่า 30 ปี เป็นโค้ชทีมเยาวชนในโอคลาโฮมา และพาทีมคว้าแชมป์ระดับรัฐ กว่า 30 ครั้ง และเขาได้รับเกียรติให้เข้าสู่ หอเกียรติยศฟุตบอลโอคลาโฮมา ในปี 2010 ปัจจุบันเขาใช้ชีวิตอยู่ที่ เมืองทัลซา รัฐโอคลาโฮมา และยังคงเดินทางกลับไปอังกฤษเป็นครั้งคราว
เรื่องราวของ สตีฟ เอิร์ล เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของนักเตะที่ทุ่มเทให้กับสโมสรและยังคงสร้างชื่อเสียงในวงการฟุตบอลแม้จะเลิกเล่นไปแล้ว