ลูกยิงสุดสวยจาก จอร์แดน เจมส์ ในช่วงครึ่งแรก และ อับดุล ฟาตาวู ในช่วงครึ่งหลัง ช่วยให้ทีมขึ้นนำสองครั้ง โดยมีจุดโทษของ อดัม ไอดาห์ ที่ตีเสมอให้เจ้าถิ่นในช่วงกลางเกม ขณะที่ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด มาโหม่งประตูในช่วงท้ายเกมให้ “จิ้งจอกสยาม” เก็บสามแต้มเต็มอย่างสวยงาม
หลังจากเสมอติดต่อกันถึงสี่นัด ลูกทีมของ มาร์ตี ซิฟูเอนเตส และกองเชียร์ “จิ้งจอกสยาม” ที่เดินทางตามมาอาจคิดว่าเกมนี้จะลงเอยด้วยผลแบ่งแต้มอีกครั้ง แต่ เลสเตอร์ ซิตี้ มาเร่งเครื่องในช่วงท้าย พลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัย และขยับขึ้นสู่อันดับ 3 ของตารางศึกสกาย เบต แชมเปี้ยนชิพได้สำเร็จ
เจมส์เปิดเกมให้เราออกนำก่อน
ซิฟูเอนเตสกระตุ้นลูกทีม “หาทางแก้เกม” เพื่อสร้างโอกาสทำประตูให้มากขึ้น หลังจากสองนัดที่ผ่านมา เลสเตอร์สร้างโอกาสยิงได้ถึง 29 ครั้ง แต่ตรงกรอบเพียง 2 ครั้งเท่านั้น
และเพียงแค่ 8 นาทีแรกของเกม จอร์แดน เจมส์ ก็แสดงให้แนวรับเจ้าถิ่นได้เห็นถึงสัญญาณอันตราย เมื่อซัดบอลจากนอกกรอบเขตโทษเฉียดคานของ ลอว์เรนซ์ วีกูรูซ์ ไปเพียงนิดเดียว
ฝั่งเจ้าบ้านที่คุมทีมโดย อลัน ชีแฮน อดีตนักเตะเลสเตอร์ ก็มีโอกาสลุ้นเช่นกัน จากลูกปั่นของ ออม จีซอง ที่ตรงตัว ยาคุบ สโตลาร์ซิค และลูกยิงเรียดของ โรนัลด์ เปเรยร่า ที่นายประตูชาวโปแลนด์พุ่งปัดเอาไว้ได้อีกครั้ง
เลสเตอร์ มาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 14 จากความยอดเยี่ยมของ เจมส์ ที่ได้บอลทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ ก่อนแตะหลบเข้าในหนึ่งจังหวะแล้วปั่นโค้งเสียบเสาไกลอย่างงดงาม ลูกยิงสุดสวยนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้ทีมได้เปรียบตั้งแต่ต้นเกม
สโตลาร์ซิค ต้องออกแรงเซฟอีกครั้งจากจังหวะยิงมุมแคบของ จอช ไทมอน ขณะที่ เจเรมี่ ม็องก้า โชว์ลีลาพาบอลหลบกัปตันทีมเจ้าถิ่น เบน คาบังโก ได้อย่างเหนือชั้น แต่ถูก เลียม คัลเลน เข้ามาบล็อกไว้ได้ทันเวลา
ลูกเตะมุมต่ำของ เจมส์ ก็เกือบสร้างความแตกต่างอีกครั้ง เมื่อ อับดุล ฟาตาวู ได้หลุดมาจากกลุ่มผู้เล่นกลางเขตโทษก่อนซัดเต็มข้อ แต่ จอช คีย์ โผเข้ามาขวางไว้ได้หวุดหวิด ส่วน เว้าท์ ฟาส ก็มีลุ้นจากลูกโหม่งลูกฟรีคิกที่ ลุค โธมัส เปิดจากฝั่งซ้าย แต่บอลเฉี่ยวเสาแรกออกไปอย่างน่าเสียดาย
แม้สวอนซีจะมีจังหวะกดดันอยู่บ้าง แต่เลสเตอร์ยังคุมเกมไว้ได้ดี โดยมี ยานนิค เวสเตอร์การ์ด ที่อ่านเกมไว ป้องกันไม่ให้บอลเรียดของ ออม ไปถึง ซาน วิโปตนิค ในกรอบเขตโทษได้สำเร็จ
เลสเตอร์เริ่มสร้างโมเมนตัมในเกมได้อย่างมั่นใจ
เข้าสู่ครึ่งหลัง เกมยังคงเปิดแลกกันอย่างเข้มข้น จังหวะเตะมุมของ ออม จีซอง ที่บอลเด้งอยู่ในเขตโทษ แต่ เลียม คัลเลน ศูนย์หน้าทีมชาติเวลส์ของเจ้าบ้านพลาดจังหวะจบ ส่งบอลไม่ผ่านมือ ยาคุบ สโตลาร์ซิค
เลสเตอร์ตอบโต้ทันที เมื่อ อับดุล ฟาตาวู จ่ายเรียดเข้าเขตโทษให้ เจเรมี่ ม็องก้า ที่รออยู่บริเวณหัวกระโหลก ได้ยิงเต็มแรง แต่ ลอว์เรนซ์ วีกูรูซ์ พุ่งปัดไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
จากนั้นไม่นาน สโตลาร์ซิค ต้องเจองานหนักที่สุดของเกม เมื่อ โรนัลด์ ลากบอลผ่านแนวรับหลายคนก่อนจ่ายย้อนให้ ซาน วิโปตนิค หลุดเข้ามาซัดจ่อ ๆ ทว่า นายทวารชาวโปแลนด์ของ “จิ้งจอกสยาม” ยังเซฟจังหวะสำคัญไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ
ไม่นานต่อมา คาเมรอน เบอร์เกส ก็ได้โหม่งหลุดกรอบไปเล็กน้อย ขณะที่ ลุค โธมัส โชว์ความนิ่งเข้าตัดบอลจากเท้าของ วิโปตนิค ได้ทันเวลาพอดี ก่อนที่กองหน้าชาวสโลวีเนียจะได้ง้างยิง
เมื่อเกมเริ่มเปลี่ยนโมเมนตัม ฝั่งเลสเตอร์จึงพยายามครองบอลมากขึ้นหลังผ่านหนึ่งชั่วโมงของเกม จอร์แดน เจมส์ ที่ยังคึกจากลูกยิงสุดสวยในครึ่งแรก โชว์สกิลลากหลบคู่แข่งและหาช่องซัดเล็งเสาไกล บอลพุ่งเฉียดเข้าไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย หากเลี้ยวอีกเพียงนิดเดียวคงกลายเป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้
ทีมเริ่มขุดพลังใจกลับมาอีกครั้ง
โมเมนตัมของเลสเตอร์ชะงักลงเล็กน้อย เมื่อผู้ตัดสิน เดวิด เว็บบ์ ชี้เป็นจุดโทษให้สวอนซี จากจังหวะที่ เว้าท์ ฟาส ถูกมองว่าทำฟาวล์ใส่ อีธาน กัลเบรธ ในเขตโทษ แข้งชาวเบลเยียมและเพื่อนร่วมทีมต่างแสดงอาการไม่พอใจกับคำตัดสิน แต่สุดท้าย อดัม ไอดาห์ ก็รับหน้าที่สังหาร ส่งบอลหลอก ยาคุบ สโตลาร์ซิค เข้าไป ทำให้เจ้าถิ่นตีเสมอได้สำเร็จ
สถานการณ์นี้กลายเป็นบททดสอบสภาพจิตใจของ “จิ้งจอกสยาม” ที่ก่อนหน้านี้เสมอมา 4 นัดติด และไม่ต้องการให้เกมนี้จบลงแบบเดิมอีกต่อไป กระทั่งไม่นานหลังจากนั้น อับดุล ฟาตาวู ก็สร้างช่วงเวลาแห่งความมหัศจรรย์ขึ้นอีกครั้ง ดาวรุ่งชาวกานาแตะบอลเข้าซ้าย ก่อนกดเต็มข้อ บอลพุ่งโค้งข้ามแนวรับสวอนซีเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสุดสวย ท่ามกลางเสียงเฮของแฟนบอลเลสเตอร์กว่า 2,000 คนที่ตามมาเชียร์ถึงขอบสนาม
และเกือบได้เห็นประตูที่น่าทึ่งอีกลูกในไม่กี่อึดใจถัดมา เมื่อ ฟาตาวู เห็นผู้รักษาประตู วีกูรูซ์ ยืนห่างจากเส้นเล็กน้อยจากบริเวณครึ่งสนาม เจ้าตัวตัดสินใจลองยิงทันที บอลลอยข้ามหัวนายทวารไปชนคานอย่างจัง พลาด “ประตูแห่งฤดูกาล” ไปอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่ แพทสัน ดาก้า จะตามโหม่งซ้ำหลุดคานไปอีกนิดเดียว
ประตูที่สามของเลสเตอร์เกิดขึ้นจากความชุลมุนในเขตโทษของเจ้าบ้าน บอลเด้งไปมาโดยแนวรับสวอนซีเคลียร์ไม่ขาด และสุดท้าย ยานนิค เวสเตอร์การ์ด ขึ้นโหม่งสะบัดผ่านมือ วีกูรูซ์ เข้าไป แม้ผู้รักษาประตูจะพยายามปัดแต่ไม่อาจหยุดบอลได้
ช่วงท้ายเกม ฮูเลี่ยน คาร์รันซ่า ตัวสำรองของทีมมีโอกาสซัดสองครั้งติดต่อกัน โดยลูกที่สองพุ่งชนเสาอย่างน่าเสียดาย เพิ่มความกดดันให้แนวรับเจ้าถิ่นต้องตั้งรับแทบไม่ทัน
หลังจากเกมก่อนหน้านี้เคยพลาดโดน เร็กซ์แฮม ตีเสมอในช่วงท้าย คราวนี้ลูกทีมของ มาร์ตี ซิฟูเอนเตส แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาด ปิดเกมเก็บสามแต้มได้อย่างเฉียบคมสมบูรณ์แบบ