รุด ฟาน นิสเตลรอย ผู้จัดการทีมชาวดัตช์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของเลสเตอร์ ในวันศุกร์ที่ผ่านมา จะเข้ามาคุมทีมเป็นครั้งแรกในวันอังคารนี้ โดยจะพาทีม "จิ้งจอกสยาม" เปิดบ้านรับการมาเยือนของทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม หลังจากได้ชมเกมที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ออกไปพ่าย เบรนท์ฟอร์ด 1-4 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จากบนอัฒจันทร์
ฟาน นิสเตลรอย วัย 48 ปี มีประสบการณ์มากมายในฐานะนักเตะ เขาผ่านประสบการณ์การเป็นโค้ชใน เนเธอร์แลนด์ มามากมาย จนสามารถพา พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น คว้าแชมป์ได้ 2 รายการในฤดูกาลเดียว ก่อนจะมาคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบชั่วคราว 4 เกมในฤดูกาลนี้
“ความคาดหวังของเรานั้นชัดเจน” เขากล่าวกับนักข่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ “มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ชัดเจนว่า เราเผชิญกับความท้าทายนั้น เพื่อรักษาสถานภาพการเป็นทีมในพรีเมียร์ลีก นั่นคือเป้าหมายใหญ่สำหรับเรา สำหรับทุกคน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ผมคิดถึงสิ่งหนึ่งก่อนเกมใด ๆ ก็ตามที่ผมเตรียมตัวมา และนั่นก็คือการคว้าชัยชนะ"
รุด ฟาน นิสเตลรอย กับการแถลงข่าวพบสื่อครั้งแรกกับ ในฐานะ ผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี้
“เมื่อคุณเล่นกับทีมชั้นนำในพรีเมียร์ลีก หรือทีมกลางตาราง หรือทีมอันดับต่ำกว่า บางครั้งมันอาจต้องใช้วิธีการที่แตกต่างออกไป สไตล์การเล่นจะถูกปรับตามคำถามที่ว่า เราจะชนะเกมนี้ได้อย่างไร ? ผมไม่ใช่ผู้จัดการทีมประเภทโรแมนติก ที่ให้ความสำคัญกับสไตล์มากกว่าผลงาน ผมชอบเล่นแบบมีสไตล์ ผมชอบมีบอล กดดันทีมให้สูง เพราะคุณจะได้ครองบอลมากกว่า แต่เรากำลังเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่นี่ เราไม่ใช่ทีมที่ครองเกมเหนือกว่าในลีก แต่เราต้องการที่จะชนะ”
“วันอาทิตย์เป็นครั้งแรกที่ผมมาที่นี่ ผมได้พบกับผู้เล่นและเจ้าหน้าที่” เขากล่าวเสริม “ผมมีการประชุมร่วมกับผู้เล่น นั่นเป็นสิ่งแรกที่ต้องพูดถึง สถานการณ์ที่เราเผชิญและความท้าทายที่เรากำลังเผชิญ และสิ่งที่จำเป็นในการออกจากสถานการณ์นั้น”
รุด ฟาน นิสเตลรอย ระหว่างการแถลงข่าวก่อนเกมพบ เวสต์แฮม
“จากผลงานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และผลงานในเกมกับเบรนท์ฟอร์ด มันเป็นเรื่องของการตอบสนอง การให้ความชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการที่เราจะทำสิ่งต่าง ๆ ในเวลาแค่สองวัน มันยากที่จะทำการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้น แต่เราได้เริ่มทำการเปลี่ยนแปลงวิธีที่เราคิดว่าจำเป็นในสไตล์การเล่น ในการฝึกซ้อม และในโครงสร้างของทีมแล้ว เราจะทำมันไปทีละเล็กทีละน้อย ถึงเวลาแล้วที่จะสร้างรากฐานของทีมที่มีแรงจูงใจสูงและฟิต ซึ่งจะสามารถแข่งขันในลีกนี้ได้"
“การได้เป็นผู้จัดการทีมของสโมสรแห่งนี้และกลุ่มผู้เล่นเหล่านี้ และเป็นตัวแทนของเลสเตอร์ในพรีเมียร์ลีก สำหรับผม ผมตื่นเต้นและภูมิใจที่ได้รับโอกาสนี้ การสนทนาที่ผมมีเมื่อพูดคุยกับเจ้าของสโมสรและผู้อำนวยการ เป็นการสนทนาที่ดีมาก การสนทนาเหล่านี้มีความสำคัญในการทำความรู้จักกันและรวบรวมแนวคิดเข้าด้วยกัน เราตื่นเต้นมากที่จะได้เริ่มทำงานร่วมกัน”