บ็อบบี้ เดอ คอร์โดวา-รีด
ด้วยประสบการณ์การลงเล่นทั้งในพรีเมียร์ลีกและ แชมเปี้ยนชิพ ดาวเตะใหม่คนนี้จะช่วยเพิ่มมิติในเกมรุกให้กับ เลสเตอร์ ของสตีฟ คูเปอร์ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง
นักเตะจาก บริสตอล ซึ่งเล่นให้กับทีมชาติจาเมกา ย้ายจากทีม ฟูแล่ม มาร่วมทัพ จิ้งจอกสยาม ด้วยสัญญา 3 ปี โดยเขาได้สร้างผลงานที่น่าจดจำไว้มากมายในช่วงเวลาเกือบ 5 ปีที่ค้าแข้งอยู่ในถิ่นคราเวน คอตเทจ ช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกถึง 2 ครั้งในฐานะแชมป์ แชมเปี้ยนชิพ และผู้ชนะการแข่งขันเพลย์ ออฟ โดยลงเล่นไปกว่า 200 นัดตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับทีม ‘เจ้าสัวน้อย’ ฟูแล่ม
ด้วยขนาดและรูปร่างที่เล็ก ปีกจอมทักษะรายนี้สามารถเล่นทั้งด้านข้างหรือตัดเข้ามาเล่นตรงกลาง เขาสร้างชื่อให้กับตัวเองที่ บริสตอล ซิตี้ ก่อนจะเติบโตและเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกกับสโมสร
ช่วงเวลาสำคัญคือการผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศรายการคาราบาว คัพ ฤดูกาล 2017/18 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เดอ คอร์โดวา-รีด ลงเล่นครบทุกนัดในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ โดยทำไป 19 ประตูและ 7 แอสซิสต์เป็นปีที่เขาทำผลงานได้ดีที่สุดในฐานะนักเตะของทีม เดอะ โรบินส์
ผลงานของเขาทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร รวมถึงการติดทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของ EFL และในทีมยอมเยี่ยมประจำปีของ PFA
หลังการลงเล่นไปกว่า 158 นัดกับ บริสตอล ซิตี้ และถูกปล่อยยืมตัวอีก 5 ครั้ง นักเตะได้ย้ายไปสู่ทีมคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในปี 2018 หลังจากทีมเดอะ บลูเบิร์ด ได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก
เขาทำไป 5 ประตูในการเล่นในลีกสูงสุดฤดูกาลแรก ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมฟูแล่มโดยดาวเตะวัย 31 ปีจบฤดูกาล 2020/21 ในฐานะดาวยิงสูงสุดโดยทำไปอีก 5 ประตู
ผลงานที่น่าประทับใจของแข้งรายนี้ทำให้เขาได้เริ่มต้นการแข่งขันในระดับทีมชาติ โดยเลือกลงเล่นให้กับทีมชาติจาเมกา
นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนกันยายน ปี 2019 ดาวเตะรายนี้ได้ลงเล่นในรายการฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก, โกลด์ คัพและ คอนคาเคฟ เนชั่นส์ ลีก และล่าสุดถูกเรียกตัวมาติดทีมชาติชุดลุยศึก โคปา อเมริกา โดยเป็นกัปตันทีมนำทีมลงเล่นเกมเปิดสนามรอบแบ่งกลุ่ม
หลังทำผลงานได้ดีกับฟูแล่มในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยทำไป 8 ประตูจากการลงเล่น 33 นัดในศึกพรีเมียร์ลีก ช่วยให้ทีมของมาร์โก ซิลวาจบในอันดับที่ 13 ของตาราง และยังสวมปลอกแขนกัปตันทีมไปถึง 3 ครั้ง ด้วยทักษะและความเป็นผู้นำของเขาจะมีส่วนสำคัญในการลงเล่นกับทีม จิ้งจอกสยาม