ในเดือนพฤษภาคม ปี 2019 เคนและกิลเลียน แซดเลอร์ พร้อมด้วยหลานสาวของพวกเขา อลิซ เบอร์เจส ซึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัวของเพอร์ซี ได้ให้สโมสรยืมภาพถ่ายครอบครัว หนังสือพิมพ์ และบันทึกต่างๆ ซึ่งช่วยให้เราได้เรียนรู้ถึงภูมิหลังของเพอร์ซีมากยิ่งขึ้น
คุณพ่อของเพอร์ซี คือ ซิดนีย์ เคยเล่นให้กับวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์สในฤดูกาล 1904/05 ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับครูว์ อเล็กซานดรา, วอลซอลล์ และวูสเตอร์ ซิตี้
พี่ชายของเขา ทอม เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกที่มีความคิดสร้างสรรค์ เคยเล่นให้กับเบอร์มิงแฮม ซิตี้, เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ และโบลตัน วันเดอเรอร์ส รวมถึงติดทีมชาติอังกฤษในปี 1933 ในเกมพบไอร์แลนด์, เวลส์ และฝรั่งเศส
น้องชายของเพอร์ซีคือ คลิฟฟอร์ด ซึ่งโชคร้ายเสียชีวิตในปี 1943 ด้วยวัยเพียง 29 ปี เคยร่วมทีมเลสเตอร์ในฐานะตัวสำรองในฤดูกาล 1937/38
สำหรับเพอร์ซี่เอง เขาเริ่มต้นอาชีพกับทีมดัดลีย์ เวิร์กส์ ก่อนจะเป็นนักเตะสมัครเล่นกับเบอร์มิงแฮม ซิตี้ มีช่วงทดลองฝีเท้าที่เวสต์บรอมวิช อัลเบียน และเล่นให้เอฟส์แฮม ทาวน์ช่วงสั้นๆ
เมื่อปีเตอร์ ฮอดจ์ กลับมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นรอบที่สองในเดือนมีนาคม ปี 1932 เขาก็เซ็นสัญญาเพอร์ซี ซึ่งขณะนั้นอายุ 22 ปี โดยมองว่าเขาจะมาเป็นตัวสำรองของจอร์จ ริทชี ในตำแหน่งแบ็กซ้าย
ในหนังสือ “1500 Football Stars and All About Them” ซึ่งตีพิมพ์โดย Topical Times ในช่วงทศวรรษ 1930 ระบุว่าเพอร์ซีมีน้ำหนัก 11 สโตนครึ่ง และสูง 5 ฟุต 10 นิ้วครึ่ง
เพอร์ซี่ ต้องรอถึงเก้าเดือนกว่าจะได้ลงประเดิมสนาม ในนัดที่เสมอกับแอสตัน วิลล่า 1-1 ที่วิลล่า พาร์ก จากนั้นเขาก็ยึดตำแหน่งตัวจริงไว้ได้ในช่วงที่ทีมไม่แพ้ใครติดต่อกันถึง 13 นัดในลีกและเอฟเอ คัพ ซึ่งนำพาเลสเตอร์ไปถึงรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร แม้จะแพ้พอร์ตสมัธ 4-1 ก็ตาม
ตั้งแต่ฤดูกาล 1934/35 จนถึงช่วงเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่สอง เพอร์ซี่ถือเป็นผู้เล่นที่มีความทุ่มเทและไว้วางใจได้ของทีม แม้ว่าสโมสรจะเผชิญกับช่วงเวลาที่วุ่นวายก็ตาม
เลสเตอร์ ตกชั้นจากลีกสูงสุดในปี 1935 คว้าแชมป์ดิวิชั่นสอง ในปี 1937 และตกชั้นอีกครั้งในปี 1939 ก่อนจะเข้าร่วมการแข่งขันในลีกภูมิภาคช่วงสงครามโลก เพอร์ซี่คือผู้เล่นคนสำคัญที่ยืนหยัดกับทีมเสมอ
หลังสงครามเริ่มต้น เพอร์ซี่ลงเล่น 5 นัดในลีกภูมิภาคมิดแลนด์ ฤดูกาล 1939/40 และเคยเล่นเป็นแขกรับเชิญให้กับนอร์ทแธมป์ตัน ทาวน์ ก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดจากฟุตบอลอาชีพ
เพอร์ซี่ เสียชีวิตที่ดัดลีย์ในเดือนมิถุนายน ปี 1999 ด้วยวัย 88 ปี