ปีเตอร์ เป็นผู้รักษาประตูที่ทุ่มเทฝึกซ้อมและมีความสม่ำเสมอสูง เขาเป็นนายทวารที่เซฟลูกยิงได้ยอดเยี่ยม มีทักษะการเล่นลูกกลางอากาศที่ดีเยี่ยม มีความเข้าใจในการยืนตำแหน่งอย่างแม่นยำ และสามารถคุมพื้นที่ของตนเองได้ดีเสมอ
ระหว่างปี 1966 ถึง 1974 เขาลงเล่นให้เลสเตอร์ ซิตี้ 339 นัด รวมถึงนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ปี 1969 และยังลงเล่นรับใช้ทีมชาติอังกฤษ 20 นัดแรกจากทั้งหมด 125 นัดในนามทีมชาติอังกฤษ ขณะที่ยังค้าแข้งอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ ที่สนามฟิลเบิร์ต สตรีท
ในช่วงเป็นนักเรียน ปีเตอร์เคยเล่นให้ทีมเลสเตอร์ บอยส์ และคว้าแชมป์ร่วมของถ้วย English Schools’ Trophy กับสวอนซี บอยส์ ในปี 1965 หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษชุดนักเรียนพบกับสกอตแลนด์ต่อหน้าแฟนบอลกว่า 90,000 คนที่สนามเวมบลีย์
เขาเซ็นสัญญาเป็นนักเตะฝึกหัดกับเลสเตอร์ เมื่ออายุ 15 ปี และประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ในนัดพบกับเอฟเวอร์ตันในเดือนพฤษภาคม 1966 ด้วยวัยเพียง 16 ปี ขณะรับหน้าที่แทนกอร์ดอน แบงค์ส ที่ติดทีมชาติอังกฤษในวันนั้น
ในเดือนเมษายน 1967 จากฟอร์มอันโดดเด่นของเขา ทำให้เลสเตอร์ ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างแบงค์ส ผู้รักษาประตูแชมป์โลก กับปีเตอร์ ชิลตัน ดาวรุ่งพรสวรรค์สูง และสโมสรตัดสินใจขายแบงค์ส ออกไป
ในอีก 7 ฤดูกาลถัดมา ปีเตอร์แทบไม่เคยพลาดการลงสนามให้กับเลสเตอร์ โดยเขาได้เล่นภายใต้ผู้จัดการทีมอย่างแมตต์ กิลลีส์, แฟรงค์ โอ’ฟาร์เรลล์ และจิมมี บลูมฟิลด์ ระหว่างช่วงเวลานั้น เขายิงประตูเดียวในอาชีพได้ในเกมพบเซาแธมป์ตันเมื่อปี 1967 ลงเล่นนัดชิงเอฟเอ คัพ ปี 1969 พบแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกชั้นในปีเดียวกัน ก่อนจะกลับมาเลื่อนชั้นอีกครั้งในปี 1971 และคว้าแชมป์คอมมิวนิตี ชิลด์ ด้วยการเอาชนะลิเวอร์พูลในอีกสามเดือนถัดมา
เขาติดทีมชาติอังกฤษชุด U-23 จำนวน 13 นัด และในเดือนพฤศจิกายน 1970 เขาลงเล่นทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกมพบกับเยอรมนีตะวันออก
ปีเตอร์ ย้ายไปสโต๊ค ซิตี้ ในเดือนพฤศจิกายน 1974 ด้วยค่าตัว 350,000 ปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติโลกสำหรับผู้รักษาประตูในขณะนั้น
เขาได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกถึง 3 สมัยกับทีมชาติอังกฤษ เสียเพียง 10 ประตูจาก 17 นัด หนึ่งในประตูนั้นคือลูก "หัตถ์พระเจ้า" อันลือลั่นของ ดีเอโก้ มาราโดนา ตำนานทีมชาติอาร์เจนติน่า ในปี 1986 เกมรองสุดท้ายของเขาในนามทีมชาติคือการแพ้ในการดวลจุดโทษกับเยอรมนีตะวันตกในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 1990
ในระดับสโมสร ปีเตอร์คว้าแชมป์ลีกและแชมป์ยูโรเปียน คัพ 2 สมัยกับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เขาลงเล่นให้ทั้งหมด 11 สโมสร รวมทั้งสิ้น 1,374 นัดในอาชีพทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติก่อนจะเลิกเล่นในปี 1997 ขณะอายุ 47 ปี
ปีเตอร์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ MBE ในปี 1986 และได้รับการบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศฟุตบอลอังกฤษในปี 2002