เอลเข้มข้นนี้ถูกต้มโดย Ind Coope Ltd เพื่อฉลองการเลื่อนชั้นของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ สู่ดิวิชันหนึ่ง ของฟุตบอลลีก ลงวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1983 และมีลายเซ็นของ เทอร์รี ชิพแมน ประธานสโมสรในขณะนั้น และ จิม เรซ กรรมการผู้จัดการของ Ind Coope ภาคตะวันออกมิดแลนด์
วันที่ 14 พฤษภาคม 1983 นั้นเป็นวันแข่งนัดสุดท้ายของฤดูกาล โดยก่อนหน้านั้นเลสเตอร์ ไร้พ่ายมา 14 เกมติดต่อกัน ทำให้มีโอกาสลุ้นเลื่อนชั้น กอร์ดอน มิลน์ คุมทีมเสมอกับ เบิร์นลีย์ 0-0 ท่ามกลางแฟนบอลเกือบ 30,000 คน ที่สนามฟิลเบิร์ต สตรีท ผลลัพธ์นี้เพียงพอที่จะการันตีการเลื่อนชั้นแทนฟูแล่ม แต่ฟูแล่มกลับแพ้ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในเหตุการณ์ที่มีข้อกังขา เนื่องจากผู้ตัดสินเป่าจบเกมก่อนเวลาเพราะปัญหาฝูงชน โชคดีที่คณะกรรมการฟุตบอลลีกยืนยันผลการแข่งขัน ส่งผลให้เลสเตอร์ กลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ
ขุมกำลังของเลสเตอร์ในฤดูกาลนั้นมีนักเตะอย่าง มาร์ก วอลลิงตัน, พอล แรมซีย์, เควิน แมคโดนัลด์, แลร์รี เมย์, จอห์น โอ’นีล, สตีฟ ไลเน็กซ์, แกรี ลินิเกอร์ และ อลัน สมิธ
อีกคนหนึ่งชื่อ อลัน สมิธ (แต่เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Ind Coope ในเวลานั้น) เล่าให้เราฟังเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เบียร์นี้ถูกต้มและบรรจุขวดที่โรงต้มเบียร์ในเบอร์ตัน ขนาดของขวดบ่งบอกว่าเบียร์ที่ยังคงบรรจุอยู่ข้างในน่าจะเป็นไวน์บาร์เลย์เข้มข้นชนิด ‘Triple A’
อลันคาดว่าขวดหมายเลข 10 นี้ น่าจะเป็นหนึ่งในล็อตที่ผลิตแบบมีหมายเลขกำกับจำนวน 2,000 ขวด ซึ่งเป็นจำนวนมาตรฐานที่ Ind Coope ผลิตสำหรับสินค้าที่ระลึกประเภทนี้
ในช่วงเวลาที่เบียร์นี้ถูกผลิต Ind Coope เพิ่งเซ็นสัญญาสปอนเซอร์ 2 ปี (ต่อมาเพิ่มเป็น 4 ปี) กับสโมสรด้วยมูลค่าหลัก ห้าหลักปอนด์
สิ่งนี้ทำให้ Ind Coope กลายเป็น สปอนเซอร์รายแรกที่ปรากฏบนเสื้อเหย้าของเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเสื้อเองก็มีดีไซน์ใหม่ปฏิวัติครั้งใหญ่ เป็นเสื้อสีน้ำเงินที่มีแถบขาวแนวตั้ง และมีตราสัญลักษณ์สุนัขจิ้งจอกวิ่งอันโด่งดังเป็นครั้งแรก การสนับสนุนครั้งนี้ยังทำให้สีองค์กรของ Ind Coope อย่าง เขียวและเหลือง ถูกนำมาใช้เป็นสีของเสื้อทีมเยือนอีกด้วย