ทีม "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2016 หลังจากที่ทีมคู่แข่งสำคัญอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทำได้เพียงเสมอกับเชลซี ซึ่งทำให้พวกเขาไม่สามารถไล่ตามคะแนนเลสเตอร์ ได้ทัน
ในคอลเลกชั่นประวัติศาสตร์ของสโมสร มีเสื้อแข่งขันจากหลากหลายยุคหลายสมัย แต่ที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำมากที่สุดคือเสื้อแข่งสีน้ำเงิน ดำ และขาว ที่ทีมจิ้งจอกสวมใส่ในฤดูกาลแห่งประวัติศาสตร์นั้น
สำหรับฤดูกาล 2015/16 เลสเตอร์ ซิตี้ ได้กลับมาใช้ชุดแข่งเหย้าสีน้ำเงินล้วนอีกครั้ง นับตั้งแต่ฤดูกาล 2008/09 โดยเสื้อแข่งสีน้ำเงินตัวที่เห็นในภาพนี้ เป็นเสื้อที่ ชินจิ โอกาซากิ กองหน้าทีมชาติญี่ปุ่น สวมใส่ลงสนามในเกมที่เสมอกับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-1 ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2015
นักเตะที่ลงเล่นให้เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นนัดแรกในเกมที่สวมเสื้อตัวนี้ ยังรวมถึงสองผู้เล่นคนสำคัญอีกคนคือ คริสเตียน ฟุคส์ และ เอ็นโกโล่ ก็องเต้
สามวันหลังจากเกมพบกับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เสื้อแข่งทีมเยือนสีดำฤดูกาล 2015/16 ซึ่งเห็นในภาพนี้ ถูกสวมใส่โดย เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ในเกมที่เขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดแรกให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ ในศึกลีกคัพรอบสอง พบกับทีมเบอรี่
ในเกมเดียวกันนี้ ยังมีนักเตะอีกสองคนที่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงครั้งแรกให้กับทีมจิ้งจอกสยาม ได้แก่ โกคาน อินเลอร์ และ โยฮัน เบนาลูอาน
ส่วนเสื้อแข่งสีขาวตัวนี้ เป็นเสื้อที่ ริยาด มาห์เรซ สวมใส่ในการแข่งขันนัดเยือนนัดแรกของฤดูกาลแห่งประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นเกมที่เลสเตอร์ พบกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
นี่เป็นครั้งแรกที่เสื้อแข่งสีขาวตัวนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดแข่งที่สามสีขาวล้วน ได้ถูกนำมาใช้ในการแข่งขัน
เกมดังกล่าว ถือเป็นการไปเยือนสนามโบลีน กราวด์ ของเลสเตอร์ซิตี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เวสต์แฮมจะย้ายไปสนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ที่ใช้ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปี 2012 ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นลอนดอน สเตเดี้ยม
เลสเตอร์ ซิตี้ เฉลิมฉลองโอกาสนี้ด้วยชัยชนะ 2-1 โดยได้ประตูจาก มาห์เรซ และ โอคาซากิ
เสื้อแข่งทั้งสามตัวนี้ ซึ่งเคยถูกสวมใส่โดยสามดาวเด่นของทีม ถูกมอบให้กับสโมสรโดย ร็อบ โอดอนเนลล์ แฟนบอลที่ให้การสนับสนุนสโมสรมายาวนาน