เบื้องหลังตำนานจิ้งจอกสยาม: "เจมี่ วาร์ดี้”
เส้นทางอาชีพของ เจมี่ วาร์ดี้ กับเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่เพียงแค่จะถูกจดจำในถิ่นอีสต์มิดแลนด์สเท่านั้น แต่จะกลายเป็นตำนานระดับโลกอย่างแน่นอน
jamie-vardy-lcfc
jamie-vardy-lcfc
by John Hutchinson
Published
21 May 2025
เบื้องหลังตำนานจิ้งจอกสยาม: "เจมี่ วาร์ดี้”
เส้นทางอาชีพของ เจมี่ วาร์ดี้ กับเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่เพียงแค่จะถูกจดจำในถิ่นอีสต์มิดแลนด์สเท่านั้น แต่จะกลายเป็นตำนานระดับโลกอย่างแน่นอน
John Hutchinson
เบื้องหลังตำนานจิ้งจอกสยาม: "เจมี่ วาร์ดี้”
เส้นทางอาชีพของ เจมี่ วาร์ดี้ กับเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่เพียงแค่จะถูกจดจำในถิ่นอีสต์มิดแลนด์สเท่านั้น แต่จะกลายเป็นตำนานระดับโลกอย่างแน่นอน
John Hutchinson
เบื้องหลังตำนานจิ้งจอกสยาม: "เจมี่ วาร์ดี้”
เส้นทางอาชีพของ เจมี่ วาร์ดี้ กับเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่เพียงแค่จะถูกจดจำในถิ่นอีสต์มิดแลนด์สเท่านั้น แต่จะกลายเป็นตำนานระดับโลกอย่างแน่นอน
John Hutchinson
เบื้องหลังตำนานจิ้งจอกสยาม: "เจมี่ วาร์ดี้”
เส้นทางอาชีพของ เจมี่ วาร์ดี้ กับเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่เพียงแค่จะถูกจดจำในถิ่นอีสต์มิดแลนด์สเท่านั้น แต่จะกลายเป็นตำนานระดับโลกอย่างแน่นอน
John Hutchinson
ตลอดระยะเวลา 141 ปีที่ผ่านมา "เดอะ ฟ็อกซ์" มีนักเตะฝีเท้าเด็ดๆ ใส่เสื้อสีน้ำเงินเข้มลงสนามให้แฟนบอลได้เฮกันมาเยอะ และในช่วงเวลาที่เรากำลังจะกล่าวอำลาตำนานหมายเลข 9 คนนี้ จอห์น ฮัตชินสัน นักประวัติศาสตร์ของสโมสร ได้นั่งคุยกับ 4 อดีตแข้งขวัญใจแฟนบอล ได้แก่ เดวี กิบสัน, เอมิล เฮสกีย์, มุซซี่ อิซเซ็ต และ แม็ตตี้ ฟรายแอตต์ เพื่อพูดคุยถึงสิ่งที่ทำให้วาร์ดีเป็น “กองหน้าที่ใช่” สำหรับเลสเตอร์ ซิตี้
แม็ตตี้ ฟรายแอตต์ เองก็เป็นดาวยิงอีกคนที่ฝากผลงานไว้ไม่น้อย เขาลงเล่นให้เลสเตอร์ 189 นัดระหว่างปี 2006–2011 ยิงไป 62 ประตู! โดยหนึ่งในไฮไลต์คือประตูหลังเริ่มเกมแค่ 9 วินาที ใส่เปรสตัน นอร์ธ เอนด์ ในปี 2006 ซึ่งกลายเป็นประตูที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร
ฤดูกาล 2008/09 เขายิงกระจายพาเลสเตอร์คว้าแชมป์ลีกวัน กดไป 32 ประตูจากทุกรายการ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกวัน และติดทีมยอดเยี่ยม PFA ของลีกด้วย
ช่วงปลายปี 2008 ฟรายแอตต์ยังกลายเป็นนักเตะเลสเตอร์คนแรกในรอบ 83 ปี ที่ยิงแฮตทริกได้ในสองเกมติด และยังเป็นคนแรกตั้งแต่ปี 1966 ที่ยิงได้ 20 ลูกก่อนคริสต์มาส
หลังจากค้าแข้งกับ 6 สโมสร เขาแขวนสตั๊ดในปี 2017 โดยลงเล่นรวม 406 นัด ยิงไป 134 ประตู
เมื่อพูดถึงวาร์ดี ฟรายแอตต์บอกว่า:
“สิ่งแรกที่ผมนึกถึงเมื่อพูดถึงเจมีคือ ความเร็วทะลุจักรวาล เลยครับ! นี่มันเครื่องเจ็ตดีๆ นี่เอง ความฟิตของเขาก็ไม่ธรรมดา เกมของเขาต้องใช้พลังเยอะ และเขารักษาระดับความฟิตได้ยาวนานมาก แม้จะเล่นจนถึงช่วงปลายอาชีพแล้วก็ตาม
“ยิ่งกว่านั้น เขาเป็นนักเตะที่มี ความฮึด ความดุดัน แบบที่กองหลังไม่สามารถพักหายใจได้เลย เขาจะไล่บอลจนสุดเส้น ไม่ปล่อยให้กองหลังตั้งตัว เขาสามารถสร้างจังหวะอันตรายจากบอลที่ดูเหมือนไม่มีอะไร และบางครั้งเขาก็ฉวยโอกาสจนได้จุดโทษให้ทีมอีกต่างหาก”
จากนั้น แม็ตตี้ ก็พูดต่อถึงจุดแข็งของวาร์ดี ทั้งตอนมีบอลและไม่มีบอลว่า:
กองหน้าที่รู้ดีว่าการยิงประตูให้ 'จิ้งจอกสยาม' สักหนึ่งหรือสองลูกนั้นเป็นยังไง
กองหน้าที่รู้ดีว่าการยิงประตูให้ 'จิ้งจอกสยาม' สักหนึ่งหรือสองลูกนั้นเป็นยังไง
“การเคลื่อนที่ของวาร์ดีคือระดับเทพเลยครับ! มีตัวอย่างให้เห็นล่าสุดในเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน – แนวรับเขาถอยลงไป แล้ววาร์ดีก็หาช่องว่างในกรอบหกหลาได้ ก่อนจะซัดด้วยซ้ายข้างที่ไม่ถนัดเข้าไปอย่างเฉียบขาด
“เขายิงได้ทั้งเท้าซ้าย เท้าขวา และก็เก่งเวลาหลุดเดี่ยว ตัวต่อตัวกับโกลก็ไว้ใจได้ ส่วนเรื่องลูกโหม่งก็ไม่ธรรมดา แม้จะไม่ได้ตัวใหญ่อะไรมาก แต่เขาใช้จังหวะกับการเคลื่อนไหวที่แม่นยำในการขึ้นโขก ซึ่งนั่นแหละที่ทำให้เขายิงได้เรื่อยๆ เขาคือนักจบสกอร์ระดับแถวหน้าคนหนึ่งเลย”
“หลายคนมักจะมองกองหน้าว่าแค่งานหลักคือต้องยิงประตู แต่จริงๆ แล้ว พวกเขาต้องอ่านเกมอยู่ตลอด โดยเฉพาะพวกที่วิ่งหาช่องหลังแนวรับ วาร์ดีทำตรงนี้ได้ดีเยี่ยม เขาสร้างความเข้าใจกับเพื่อนร่วมทีม และมีเซนส์ในการมองหาช่อง เขาไม่ใช่แค่วิ่งอย่างเดียว แต่ดูตำแหน่งของกองหลัง อ่านเกมแล้วเลือกขยับไปในพื้นที่ที่คู่แข่งหลุดตำแหน่ง เช่น ถ้าฟูลแบ็กขึ้นสูง หรือยืนพลาดนิดเดียว เขาจะใช้โอกาสนั้นทันที นี่แหละคือสกิลขั้นเทพ”
“เรื่องสภาพจิตใจของเขา ผมไม่เคยเห็นเขาหวั่นเกรงใครเลย ไม่ว่าจะเจอกองหลังระดับโลกแค่ไหน เขาก็ไม่เคยกลัว บางคนอาจจะรู้สึกเกร็งเมื่อเลสเตอร์เลื่อนชั้นจากแชมเปี้ยนชิพมาเล่นพรีเมียร์ลีก แล้วต่อยอดไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก แต่กับวาร์ดี เขาลงสนามด้วยความมั่นใจเต็มร้อยเสมอ ไม่สนว่าคู่แข่งคือใคร
“เขามีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องมี ถ้าอยากยืนระยะในระดับสูง และจุดนี้เองที่ช่วยให้เขาทำสถิติยิงประตู 11 เกมติดในพรีเมียร์ลีกได้แบบหน้าตาเฉย เขาไม่ตื่น ไม่เครียด ทำทุกอย่างให้ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
“แม้จะมีบางช่วงที่ยิงประตูไม่ได้มาหลายนัด แต่มันไม่เคยทำให้เขาเสียความมั่นใจเลย เขามีบุคลิกแบบที่ว่า ‘ยิงไม่ได้วันนี้ เดี๋ยวก็ยิงได้พรุ่งนี้’ นั่นแหละ คือคนที่มีจิตใจของนักล่า”
"เยือกเย็นหน้าประตูแบบสุดๆ!"
“เวลาอยู่หน้าปากประตู เขานิ่งมาก ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ยากแค่ไหน บ่อยครั้งที่เขาวิ่งเข้าไปยิงจังหวะเดียวจบ ตูม! เป็นประตู ซึ่งแบบนี้ต้องใช้ทั้งสมาธิ และคุณภาพ
“หรือบางครั้ง เราก็เห็นเขาเล่นแบบหลอกกองหลัง หลอกผู้รักษาประตูล้มลงก่อนจะยิงเข้าไปดื้อๆ ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้ ต้องมีความเยือกเย็นในช่วงเวลาที่มันวุ่นๆ ในกรอบเขตโทษจริงๆ”
อดีตนักเตะเลสเตอร์หลายคนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อร่วมส่งท้ายให้กับวาร์ดี้ ที่สนามคิง เพาเวอร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
อดีตนักเตะเลสเตอร์หลายคนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อร่วมส่งท้ายให้กับวาร์ดี้ ที่สนามคิง เพาเวอร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
จากนั้น แม็ตตี้ ก็พูดถึงพื้นเพของวาร์ดีที่หล่อหลอมให้เขาเป็นนักเตะที่ไม่เหมือนใคร “เขาไม่เหมือนใครก็เพราะว่าเขาเริ่มต้นจากการเล่นในลีกล่าง ซึ่งมันมีอิทธิพลต่อวิธีการเล่นของเขาจนถึงวันนี้ – เขาเคลื่อนที่ตลอดเวลา ไล่บี้กองหลัง หาพื้นที่ และพยายามหาจังหวะบอลหลุดหลังแนวรับ
“สไตล์แบบนี้คือสิ่งที่เห็นกันบ่อยในลีกล่าง ที่ผู้เล่นไม่ได้ยืนรอบอลแต่จะวิ่งหาช่องทันทีถ้าเห็นโอกาส และวาร์ดีก็ยังรักษาสิ่งนั้นไว้ แม้ทุกวันนี้ฟุตบอลจะเน้นครองบอล เน้นต่อบอล แต่เขายังมีเซนส์แบบนั้นอยู่ เขาไม่ได้รอบอล แต่บอกตัวเองว่า ‘มีช่องตรงนั้น ขอวิ่งเลยละกัน’
“เขาปรับตัวเก่งนะ เพราะเลสเตอร์เองก็เล่นหลายแบบ บางนัดก็ครองบอล บางนัดก็เน้นโต้กลับเร็ว วาร์ดีเลยกลายเป็นกองหน้าที่มีทักษะหลากหลาย ซึ่งมันหาไม่ง่ายในยุคนี้ ผมว่าในพรีเมียร์ลีกตอนนี้ คนที่คล้ายๆ เขาก็มีแค่ โอลลี่ วัตกินส์ เท่านั้นแหละ ที่วิ่งหาช่องได้เก่งแบบนี้”
เสียงจากตำนานยุค 60s: “วาร์ดีคือสุดยอดกองหน้าสมัยใหม่” เดวีย์ กิบสัน อดีตอินไซด์ฟอร์เวิร์ดทีมชาติสก็อตแลนด์ ที่เคยเป็นขวัญใจเดอะฟ็อกซ์ในยุค 60s ก็เป็นอีกคนที่ชื่นชมวาร์ดีแบบไม่มีข้อแม้
เดวีย์ เป็นหนึ่งในตัวหลักของทีม “Ice Kings” – ทีมที่เกือบคว้าดับเบิลแชมป์ (ลีกสูงสุดกับเอฟเอ คัพ) ในปี 1963 เขาลงเล่นให้เลสเตอร์ 339 นัด ยิงไป 53 ประตู ส่วนใหญ่ในลีกสูงสุด
เขาเคยพาเลสเตอร์เข้าชิง FA Cup ถึงสองครั้ง (1963 และ 1969) คว้าแชมป์ลีกคัพในปี 1964 และเป็นรองแชมป์ในปี 1965
ถึงจะผ่านมากว่า 50 ปีแล้วหลังเกมสุดท้ายของเขากับทีม แต่เดวีก็ยังตามเชียร์เลสเตอร์อย่างใกล้ชิด เดินทางจากบ้านที่ดอร์เซตขึ้นมาชมเกมหลายครั้งต่อซีซั่น
เมื่อพูดถึงวาร์ดี เดวีกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ:“ผมยังจำยอดดาวยิงในอดีตได้ดี – อย่าง แกรี่ ลินิเกอร์ ยิงไป 103 ลูกให้กับทีม และ แจ็ค ลี ที่เล่นในนัดชิงเอฟเอ คัพ ปี 1949 ก็ยิงเกือบ 100 ประตู
เฮสกีย์ ตัวจริงสำหรับเกมใหญ่ในสีเสื้อเลสเตอร์
เฮสกีย์ ตัวจริงสำหรับเกมใหญ่ในสีเสื้อเลสเตอร์
“ในยุคผมก็มี ไมค์ สตริงเฟลโลว์ ยิงไป 97 ลูก และยังมีนักเตะเจ๋งๆ อีกหลายคนที่ยิงได้เยอะ”
นี่เป็นการปูทางเพื่อสะท้อนว่า วาร์ดีคือทายาทแห่งตำนานเหล่านั้น ที่ไม่เพียงสืบทอดความเฉียบคม แต่ยังเติมเต็มด้วยความเร็ว ความดุดัน และหัวจิตหัวใจที่ไม่เคยถอย
แม้ว่า เดวีย์ กิบสัน จะไม่ได้เอ่ยชื่อออกมาตรงๆ แต่แน่นอนว่าในหัวของเขาน่าจะนึกถึงยอดดาวยิงรุ่นเก๋าหลายคน เช่น
จอห์นนี่ ดันแคน (95 ประตู) เออร์นี่ ไฮน์ (156 ประตู) อาร์เธอร์ ล็อกเฮด (114 ประตู) ทั้งหมดนี้เล่นในยุคปี 1920–30s
รวมถึง เดเร็ก ไฮน์ส จากยุค 50s ที่ยิงไป 117 ลูก แต่สำหรับเดวีย์ แล้ว คนที่อยู่ในระดับ “สูงสุดตลอดกาล” ของสโมสร มีอยู่ 3 คน:
“ดาวยิงที่ดีที่สุดตลอดกาลของเลสเตอร์ ซิตี้ คือ อาร์เธอร์ แชนด์เลอร์ (273 ประตู) จากยุค 1920–30s, อาร์เธอร์ โรว์ลี่ย์ (261 ประตู) จากยุค 1950s และก็แน่นอน… เจมี่ วาร์ดี้”
เขาบอกว่า: “วาร์ดี้ จะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในสุดยอดดาวยิงของเลสเตอร์ตลอดกาลแน่นอน แถมยังเคยคว้ารางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2019/20 ด้วย เขาคือนักล่าประตูตัวจริง เสียงจริง” แล้วเวทมนตร์ของเขาคืออะไร? เดวีย์ ตอบแบบไม่ต้องคิด: “คำเดียวเลย ‘สปีด’! ไม่มีใครวิ่งเร็วเท่าเขาแล้วในสนาม เขาเห็นช่องก่อนกองหลัง และพอเห็นปุ๊บก็วิ่งเข้าไปเก็บบอลได้ทันที นี่แหละที่ทำให้เขายิงได้เรื่อยๆ เขาใช้โอกาสที่มีได้อย่างคุ้มค่าทุกเม็ด และที่น่าทึ่งคือ เขาไม่เคยเสียสปีดไปแม้จะอายุมากขึ้นแล้วก็ตาม สำหรับกองหลัง เขาคือฝันร้ายแบบเดินได้ มีแค่อายุเท่านั้นแหละ…ที่จะหยุดเขาได้”สุดท้าย เดวีย์ พูดจากใจ: “ขอบคุณสำหรับความทรงจำ เจมี่ แฟนๆ เลสเตอร์จะไม่มีวันลืมคุณ”
เอมิล เฮสกีย์ อดีตกองหน้าเจ้าของความแข็งแกร่งระดับตำนาน ก็เป็นอีกคนที่ชื่นชมวาร์ดีไม่แพ้กัน
เฮสกีย์ลงเล่นให้เลสเตอร์ระหว่างปี 1995–2000 ไป 197 นัด ยิง 46 ประตู พาเลสเตอร์คว้าแชมป์ ลีกคัพ ถึง 2 ครั้ง (1997, 2000) และติดทีมชาติอังกฤษ 62 นัด ยิง 7 ประตู
เขาให้สัมภาษณ์ถึงวาร์ดี้ ว่า: “สิ่งที่จะอยู่ในความทรงจำตลอดไปคือเพลง ‘Jamie Vardy’s having a party!’ เขาคือนักเตะระดับสุดยอด ที่ฝากผลงานระดับตำนานไว้กับสโมสร เขาแสดงให้เห็นเลยว่าเป็นนักเตะเลสเตอร์ตัวจริง ใจสู้ บู๊ไม่มีถอย ตอนที่เขาย้ายมาแรกๆ ก็ไม่ได้เปรี้ยงปร้างนะ แต่เขาสู้ ไม่ยอมแพ้ และในที่สุดก็กลายเป็นฮีโร่ของสโมสร”
“ดูแค่จำนวนประตูที่เขายิงสิ – เขาคือเลสเตอร์ของแท้”
มุซซี่ อิซเซ็ต หนึ่งในแข้งระดับตำนานของสโมสร
มุซซี่ อิซเซ็ต หนึ่งในแข้งระดับตำนานของสโมสร
มุซซี่ อิซเซ็ต อดีตเพื่อนร่วมทีมของ เอมิล เฮสกีย์ ที่สนาม ฟิลเบิร์ต สตรีท คืออีกหนึ่งตำนานของเลสเตอร์ ซิตี้ อย่างแท้จริง
เขาลงเล่นให้ทีมในพรีเมียร์ลีกถึง 7 ฤดูกาลเต็ม โดยช่วยทีมจบใน ครึ่งบนของตาราง 4 ฤดูกาลติด (1996/97 - 1999/00) เหมือนกับเฮสกีย์ มุซซี่ก็พาทีมเข้าชิง ลีกคัพ 3 ครั้ง และได้แชมป์ 2 ครั้ง (1997, 2000) เขายังได้เล่น ยูฟ่า คัพ กับเลสเตอร์ถึง 2 ครั้งในปี 1997 และ 2000
ในระดับส่วนตัว เขาเคยคว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจำเดือน ในกันยายน 1999 รวมถึงเป็นผู้ทำแอสซิสต์สูงสุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2003/04 ก่อนหน้านั้น เขาก็เคยติดทีมยอดเยี่ยมของ ดิวิชั่น 1 (เดี๋ยวนี้เรียกว่าแชมเปี้ยนชิพ) ในฤดูกาล 2002/03
แม้เกิดที่ลอนดอน แต่มุซซี่เลือกเล่นให้ทีมชาติ ตุรกี โดยติดธง 9 นัด และ 8 นัดในนั้น เขาติดขณะเล่นอยู่กับเลสเตอร์! เขาเคยมีชื่อติดทีมชาติตุรกีชุดคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2002 และได้ลงเล่นในรอบรองฯ กับบราซิลอีกด้วย!
แน่นอนว่า มุซซี่ก็เป็นอีกคนที่ หลงใหลในความยอดเยี่ยมของเจมี วาร์ดี เช่นกัน เขากล่าวว่า:
“อะไรที่ยังไม่เคยพูดถึงเจมี วาร์ดีบ้างล่ะ? (หัวเราะ) เขาย้ายมาจาก ฟลีตวูด ทาวน์ ตอนอายุ 25 ด้วยค่าตัวแค่ 1 ล้านปอนด์ แล้วจากนั้นเขาก็ค่อยๆ พัฒนาเป็นนักเตะระดับท็อป เราได้เห็นเขายิงประตูมหาศาล และสร้างอิทธิพลอย่างมากกับทั้งสโมสรและเมืองเลสเตอร์เลย”
“ทุกวันนี้ ถ้าคุณไปที่ไหนในโลกแล้วพูดคำว่า ‘Leicester City’ ชื่อแรกที่ทุกคนนึกถึงคือ ‘Jamie Vardy’ ทันที”
“เขายิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ ติดทีมชาติอังกฤษ ทำลายสถิติมากมาย ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, คอมมิวนิตี้ ชิลด์ และยังพาทีมไปถึง รอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทั้งหมดนี้พิสูจน์ชัดว่าเขาคือกองหน้าระดับเวิลด์คลาส”
มุซซี่ยังยกย่องจุดที่หลายคนชื่นชมวาร์ดีเช่นกัน: “เขาแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีต่อสโมสรแบบไม่มีที่ติ เขาอยู่กับเลสเตอร์มา 13 ปี แล้ว! เส้นทางอาชีพของเขามันสุดยอดมากจริงๆ เราทุกคนขออวยพรให้เขาโชคดีในทุกอย่างที่เขาจะทำต่อจากนี้”
นี่คือเสียงสะท้อนจากอดีตแข้งระดับตำนานทั้ง 4 คน ที่ยกย่อง เจมี่ วาร์ดี้ ในฐานะหนึ่งในสุดยอดกองหน้าตลอดกาลของเลสเตอร์ ซิตี้ และของฟุตบอลอังกฤษอย่างไม่ต้องสงสัย

ข่าวล่าสุด

รูปล่าสุด

วิดีโอล่าสุด

สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

ฟิลเบิร์ต เวย์

เลสเตอร์

LE2 7FL

สโมสร

สโมสร

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

แอป

King Power Stadium,

Filbert Way,

Leicester

LE2 7FL

Club >

Men >

Women >

Community>

App >