เจมี่ วาร์ดี้ ยิงประตูที่ 200 ให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ ในเกมที่ 500 และเป็นนัดสุดท้ายของเขากับสโมสร
เจมส์ จัสติน ผู้แอสซิสต์ลูกยิงดังกล่าว กล่าวยกย่องความสำเร็จของเพื่อนร่วมทีม
ชัยชนะ 2-0 เหนืออิปสวิช เป็นเกมเหย้านัดสุดท้ายของฤดูกาลนี้
เลสเตอร์เก็บได้ 7 แต้มจาก 3 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก (ชนะ 2 เสมอ 1)
การลงเล่นนัดที่ 500 และเป็นเกมสุดท้ายในเสื้อแข่งเลสเตอร์ ซิตี้ ของ เจมี่ วาร์ดี้ จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อเขายิงประตูที่ 200 ให้กับสโมสรได้สำเร็จ โดยได้การแอสซิสต์จาก เจมส์ จัสติน ที่โชว์สปีดกระชากบอลจากแดนตัวเองก่อนจ่ายทะลุช่องให้ วาร์ดี้ ซึ่งไม่พลาดในจังหวะเผชิญหน้ากับผู้รักษาประตูตามสไตล์ของเขา
ประตูดังกล่าวทำให้ “จิ้งจอกสยาม” ขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกของเกมที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม ก่อนที่ เคซีย์ แม็คเอเทียร์ จะมายิงประตูตอกฝาโลงในครึ่งหลัง ส่งให้เลสเตอร์เอาชนะ อิปสวิช ทาวน์ 2-0 พร้อมจารึกบทสรุปอันสมบูรณ์แบบให้กับเรื่องราวสุดยิ่งใหญ่ของวาร์ดี้กับสโมสรแห่งนี้
“มันเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่งสำหรับเขา (การยิงครบ 200 ประตู) และการได้มีส่วนร่วมกับมันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะในวันนี้ ถือเป็นเหมือนรางวัลเล็ก ๆ สำหรับผมเองด้วย” ฟูลแบ็กวัย 25 ปีกล่าวหลังจบเกม
“เขาจะต้องขยับตัววิ่งหาพื้นที่แน่นอนอยู่แล้ว และพอเขาเริ่มวิ่งตัดสินใจ ผมก็แค่ส่งบอลให้เขา ซึ่งเขาก็ทำในสิ่งที่เขาทำได้เสมอ นั่นคือยิงประตูแบบไม่มีพลาด มันเป็นหนึ่งในจังหวะแบบนั้นเลย ไม่มีอะไรหยุดเขาได้”
“ก่อนเกม เขาก็ยังคงนิ่งเหมือนเดิม รับมือกับมันได้เหมือนเป็นเกมปกติ และเราทุกคนก็รู้ว่าเขาจะยิงได้ เราพยายามกันเต็มที่เพื่อช่วยให้เขาบรรลุเป้าหมายนี้ และเราก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จครั้งนี้”
แม้เป็นการอำลาอย่างสมศักดิ์ศรีของนักเตะที่ทุ่มเททุกอย่างให้กับสโมสร แต่จัสตินยอมรับว่า การไม่มี เจมี่ วาร์ดี้ อยู่ในทีมอีกต่อไป จะเป็นความรู้สึกที่แปลกไปสำหรับทุกคน โดยเฉพาะตัวเขาเอง
“ตั้งแต่ผมย้ายมาร่วมทีม เขาคือบุคคลสำคัญของสโมสรมาโดยตลอด การที่เราจะต้องเสียคนที่มีอิทธิพลอย่างมาก ทั้งในสนามและในห้องแต่งตัว รวมถึงทุกวันในการซ้อม มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน”
เจมส์ จันติน ได้รับรางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2024/25 เมื่อวันอาทิตย์ สำหรับการยิงประตูสุดงดงามใส่อาร์เซนอล
“ใครบางคนต้องลุกขึ้นมาแทนที่ และผมเชื่อว่าเรามีผู้เล่นที่สามารถทำแบบนั้นได้ วันนี้คือวันที่เราทุกคนควรเฉลิมฉลองให้กับเขา และทุกสิ่งที่เขาทำเพื่อสโมสรแห่งนี้ เขาคู่ควรกับมัน”
“เขาเล่นร่วมกับนักเตะมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา และการที่ผมได้เป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมทีมของเขาในช่วงเวลานั้น ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายจากเขา”
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เลสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมเก็บได้ 7 คะแนนจาก 9 แต้มเต็ม ด้วยชัยชนะสองเกมในบ้านเหนือเซาธ์แฮมป์ตัน และอิปสวิช พร้อมผลเสมอในเกมเยือนน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
“เขาเป็นบุคคลสำคัญของสโมสรนับตั้งแต่ผมย้ายมา และการต้องเสียผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลทั้งในสนาม ห้องแต่งตัว รวมถึงในสนามซ้อมทุกวัน มันเป็นสิ่งที่ยากจะทำใจ”
“ใครสักคนต้องก้าวขึ้นมาเติมเต็มช่องว่างนั้น และผมรู้สึกว่าเรามีผู้เล่นที่สามารถทำได้ วันนี้คือวันสำหรับการเฉลิมฉลองให้กับเขา และทุกสิ่งที่เขาทำเพื่อสโมสร เขาสมควรได้รับสิ่งนั้น”
“เขาลงเล่นให้กับหลายทีมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีเพื่อนร่วมทีมมากมาย และการที่ผมได้เป็นหนึ่งในนั้น ได้อยู่ในช่วงเวลานั้นของเขากับเลสเตอร์ มันน่าเหลือเชื่อจริง ๆ ผมได้เรียนรู้อะไรมากจากเขา”
ขณะเดียวกัน เลสเตอร์ ซิตี้ เก็บได้ 7 คะแนนจาก 3 เกมหลังสุด ด้วยชัยชนะในบ้านสองนัดติดต่อกันเหนือเซาธ์แฮมป์ตันและอิปสวิช ขณะที่ผลเสมอกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์อยู่ระหว่างกลาง ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในช่วงท้ายฤดูกาล
แม้จะเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวัง แต่จัสตินมองว่าทีมเริ่มกลับมาแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยเฉพาะหลังจากที่การตกชั้นได้รับการยืนยันเมื่อเดือนที่ผ่านมา
“ตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา ผมรู้สึกได้ถึงความมั่นใจที่เริ่มกลับมาในทีม บนสนามเราดูเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น ทุกอย่างเริ่มเชื่อมโยงกันดีขึ้น” เขากล่าวเสริม
“ผมไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะเราได้ปลดภาระบางอย่างหลังจากที่รู้ผลตกชั้น มันเคยมีช่วงที่ทีมขาดความมั่นใจอย่างชัดเจน”
“แต่หลังจากนั้น เราเริ่มเล่นฟุตบอลได้ดีขึ้นในระดับหนึ่ง และเป็นทีมที่สามัคคีกันมากขึ้น ซึ่งมันก็นำมาซึ่งผลการแข่งขันที่ดีบางนัด หวังว่าเราจะต่อยอดสิ่งเหล่านี้ไปสู่เกมสุดท้ายของฤดูกาล และต่อเนื่องไปจนถึงฤดูกาลหน้าได้”