เลสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเสมอกับ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 1-1 ที่สนามฮิลส์โบโร่ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
ประตูในนาทีที่ 84 ของ จอร์แดน อายิว ช่วยตามตีเสมอให้กับจิ้งจอกสยาม หลังจาก เจอร์รี่ เยตส์ ยิงให้เจ้าถิ่นขึ้นนำไปก่อน
แกรี่ โรเว็ตต์ มองว่า แม้ทีมจะยังไม่สามารถคว้าชัยชนะตามที่ต้องการได้ในเวลานี้ แต่ผลงานโดยรวมยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดี
ผู้จัดการทีม เลสเตอร์ ซิตี้ กระตุ้นทีมต้องเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูให้ได้มากกว่านี้
เกมเสมอ 2-2 กับ เปรสตัน นอร์ธ เอนด์ ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ในวันศุกร์ ต่อเนื่องด้วยผลเสมอ 1-1 ในเกมเยือน เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ในวันจันทร์อีสเตอร์ ถือเป็นสองผลการแข่งขันที่ยังไม่ตอบโจทย์ในการต่อสู้เพื่อรักษาสถานะในศึกสกาย เบต แชมเปี้ยนชิพ เอาไว้ในฤดูกาลหน้า
อย่างไรก็ตาม เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงตามหลังโซนปลอดภัยเพียง 1 คะแนนเท่านั้น และเมื่อพิจารณาจากผลงานที่น่าพอใจในช่วงหลัง ซึ่งรวมถึงเกมเสมอ 0-0 กับ วัตฟอร์ด เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ภาพรวมสถานการณ์ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยยังมีโปรแกรมเยือน พอร์ทสมัธ และ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส รวมถึงเกมเหย้าอีก 3 นัดที่รออยู่ ซึ่งยังเปิดโอกาสให้ทีมแก้ไขสถานการณ์ได้
กระนั้นก็ตาม โรเว็ตต์ ยอมรับว่าทีมจำเป็นต้องเริ่มเก็บชัยชนะให้ได้ โดยชี้ให้เห็นถึงโอกาสทำประตูจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้น แต่จำเป็นต้องเปลี่ยนให้เป็นสกอร์ในช่วงสัปดาห์ต่อจากนี้
เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกโดยรวมหลังจบเกม แกรี่ โรเว็ตต์ กล่าวว่า “ผมมีความรู้สึกว่า มันน่าหงุดหงิด นักเตะก็รู้สึกคล้ายกันกับเกม (หลังจบ) เปรสตัน คือเราเห็นโอกาสหลุดลอยไป ทั้งที่เป็นช่วงเวลาที่คุณต้องคว้ามันเอาไว้ให้ได้"
"ผมเข้าใจความรู้สึกนั้น เพราะผมเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน วัตฟอร์ด, เปรสตัน… สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะพูดคือ มันเป็นสามเกมติดต่อกันที่เราทำผลงานได้ค่อนข้างเหนือกว่า"
"อย่างน้อย เรามีความสม่ำเสมอในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ แต่แน่นอนว่า การจะชนะเกมมันยากมาก เพราะคุณต้องทำประตูให้ได้"
"โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรายังเสียประตูในทุกเกม นั่นคือปัญหา หากคุณเสียประตูทุกนัด คุณก็ต้องยิงอย่างน้อยสองประตู ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่เรารู้ดีว่าความผิดพลาดตั้งแต่ต้นเกม (จังหวะเสียประตูตั้งแต่นาทีที่ 2 ให้เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์) สร้างปัญหาใหญ่ให้กับเรา”
“นักเตะเองก็รู้ดีว่าเราจำเป็นต้องชนะเกมลักษณะนี้ให้ได้ แต่ผมก็บอกพวกเขาไปว่า มันอาจฟังดูเหมือนผมพยายามมองหาข้อปลอบใจ แต่ถ้าทีมอื่น ๆ ชนะกันหมดในวันนี้ และเราไม่ชนะ เราก็ยังอยู่ในสถานการณ์เดิมอยู่ดี"
"มันจะขึ้นอยู่กับพวกเราเอง แต่เราจำเป็นต้องเริ่มชนะเกมให้ได้ โดยเฉพาะเมื่อเราสร้างโอกาสได้มากขนาดนั้น คุณมีโอกาสยิงมากมาย คุณสร้างจังหวะได้มากมาย คุณก็ต้องเปลี่ยนมันเป็นประตู และปิดเกมคู่แข่งให้ได้”
โรเว็ตต์ ยังกล่าวถึงการสนับสนุนของแฟนบอลจิ้งจอกสยาม ซึ่งมีมากกว่า 3,000 คนที่เดินทางไปยังเซาธ์ยอร์คเชียร์ เพื่อให้กำลังใจทีมถึงสนามฮิลส์โบโร่
“แฟนบอลยังคงหนุนหลังเราอย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง” เขากล่าวเสริม “ผมสัมผัสได้ว่าเมื่อเราตามหลัง 0-1 พวกเขาก็รู้สึกหงุดหงิด ซึ่งผมเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน"
"ผมรับรู้ได้ว่าพวกเขาผิดหวังที่เราไม่ชนะเกมนี้ แต่พวกเขาก็ยังอยู่เคียงข้างเรา ผมรู้ดีว่านั่นอาจยังไม่เพียงพอ มันไม่พอหรอกกับการแค่สนับสนุนทีมที่กำลังพยายามคว้าชัย แน่นอนว่าเรากำลังพยายามทำแบบนั้น เรากำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอด"
"แต่ผมคิดว่าเรากำลังเห็นทีมที่ทุ่มเท และแฟนบอลก็สนับสนุนทีมอย่างเต็มที่ เรื่องเล่าง่าย ๆ คือบอกว่านักเตะกลุ่มนี้ไม่แคร์ แต่ผมคิดว่าพวกเขาแคร์"
"ผมเชื่อว่าพวกเขากระหายที่จะคว้าชัยชนะ เพียงแต่เรายังขาดคุณภาพในจังหวะสำคัญบางจุด [จอร์แดน อายิว] อาจผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาในระยะหนึ่ง แต่เขาแสดงให้เห็นถึงความนิ่ง ความแข็งแกร่งทางจิตใจ และศักยภาพที่ช่วยให้เรากลับเข้าสู่เกมได้"
"เขายังมีอีกจังหวะหนึ่งที่ ‘ปาโต้’ (แพทสัน ดาก้า) ล้ำหน้าไปเพียงเล็กน้อย แต่ผมมองว่าเขาดูมีชีวิตชีวาอย่างมากเมื่อถูกส่งลงสนาม”
“ถ้าวันนี้จบเกมแล้วเรามีโอกาสยิงแค่สองครั้ง หรือครองบอลได้เพียง 30 เปอร์เซ็นต์ แน่นอนว่าคุณก็ต้องกลับมาปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่าง"
"แต่ความจริงคือเราเป็นฝ่ายคุมเกมได้ค่อนข้างมาก ผมคิดว่าสองเกมหลังสุด เรามีโอกาสยิงรวมกันถึง 52 ครั้ง ลองหาทีมที่ทำแบบนั้นแล้วไม่ชนะทั้งสองเกมดูสิ นั่นแหละคือความน่าหงุดหงิด แต่เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป"
"จังหวะหนึ่งในครึ่งแรก ผมคิดว่า ‘ปาโต้’ (แพทสัน ดาก้า) ควรจะทำประตูได้ ผู้รักษาประตูยืนอยู่กลางประตู และอีกจังหวะของ ‘สคิปปี้’ (โอลิเวอร์ สคิปป์) ที่แต่งบอลเข้าด้านในได้อย่างยอดเยี่ยม ตอนนั้นผมนึกว่าเขาจะยิงเลย และจังหวะที่เขายิงออกไป ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าผู้รักษาประตูเซฟได้อย่างไร"
"ยังมีโอกาสอื่น ๆ อีกหลายครั้ง และแน่นอนว่าแม้ในจังหวะที่เขาเซฟไม่ได้ โชคก็ยังเข้าข้างเขาเมื่อบอลไปชนคาน"
"จอร์แดน (อายิว) ก็มีลูกโหม่งที่ยอดเยี่ยมซึ่งไปชนด้านในของเสา นั่นก็เป็นเรื่องของโชคเล็กน้อยเช่นกัน เรายังยิงชนคาน และอย่างที่ผมบอกไป เรามีโอกาสสำคัญมากมายในครึ่งหลังด้วย"
"เราจำเป็นต้องเปลี่ยนมันให้เป็นประตู ผมพูดมาตลอดว่า เราทำหลายอย่างได้ดีเพื่อพาตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งเหล่านั้น และในเกมนี้ ผมไม่คิดว่าเป็นเกมที่เราวางแท็กติกผิดพลาด แต่เป็นเกมที่ขึ้นอยู่กับจังหวะเฉพาะตัว ทั้งความนิ่งและคุณภาพ… เราต้องยิงให้ได้สามหรือสี่ประตูในเกมแบบนี้”