ในเกมที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นหนึ่งในแมตช์ชี้ชะตาสำคัญ ลูกทีมของ แกรี่ โรเว็ตต์ ตกเป็นฝ่ายตามหลังตั้งแต่นาทีที่ 2 เมื่อ เจอร์รี่ เยตส์ ยิงจ่อ ๆ เข้าประตูไป อย่างไรก็ตาม เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่าเกือบตลอดทั้งเกม แม้จะยังไม่สามารถเจาะแนวรับคู่แข่งได้สำเร็จ
ต้องรอจนถึงนาทีที่ 84 จึงจะมีสัญญาณแห่งความหวัง เมื่อ จอร์แดน อายิว ตัวสำรอง ซัดเต็มข้อช่วยให้ทีมกลับมามีลุ้นคว้าชัยชนะ แต่แนวรับของ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ยังคงเล่นอย่างเหนียวแน่น และสามารถต้านทานเกมรุกของทีมเยือนไว้ได้ ทำให้ทัพจิ้งจอกสยามต้องกลับสู่แคว้นอีสต์มิดแลนด์สด้วยความผิดหวัง พร้อมเพียงหนึ่งคะแนน
ขณะที่ทุกทีมในกลุ่มท้ายตารางต่างเก็บผลเสมอกันทั้งหมด สถานการณ์ในศึกสกาย เบต แชมเปี้ยนชิพจึงยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยเลสเตอร์ ซิตี้ รั้งอันดับ 22 ของตาราง มีแต้มตามหลัง พอร์ทสมัธ อยู่ 1 คะแนน และแข่งมากกว่า 1 นัด
นกเค้าแมว ขึ้นนำก่อน
ครึ่งแรกเป็นผลงานที่ห่างไกลจากสิ่งที่ แกรี่ โรเว็ตต์ ต้องการอย่างชัดเจน เมื่อเพียงแค่สองนาทีแรกของเกม เลสเตอร์ ซิตี้ ก็ตกเป็นฝ่ายตามหลังทันที จากจังหวะเตะมุมของ “นกเค้าแมว” ก่อนที่ เจอร์รี่ เยตส์ จะชาร์จจ่อ ๆ ส่งบอลเข้าประตู
อย่างไรก็ตาม การตอบสนองของทัพจิ้งจอกสยามถือว่าเป็นไปในทิศทางบวก แต่ทีมเยือนยังไม่สามารถผ่านมือ ชาร์ลส์ ผู้รักษาประตูของเจ้าถิ่นไปได้ สเตฟี่ มาวิดิดี้ ได้โอกาสซัดเรียดพุ่งผ่านหน้าประตูไปอย่างหวุดหวิด ขณะที่จังหวะเตะมุมสั้นของ ดีไวน์ มูคาซ่า ที่ไปเข้าทาง อับดุล ฟาตาวู ในกรอบเขตโทษแบบไม่มีตัวประกบ ปีกทีมชาติกานากลับยิงหลุดกรอบออกไป
ด้าน แพทสัน ดาก้า ที่เพิ่งเหมาสองประตูในเกมเมื่อวันศุกร์ ก็ยังหาจังหวะจบสกอร์ไม่ลง เมื่อยิงไกลจากระยะ 18 หลาไม่ตรงกรอบ อีกทั้งจังหวะผิดพลาดลื่นล้มของ กาเบรียล โอเต็กบายอ ยังเกือบเปิดโอกาสให้ ดาก้า ได้หลุดเข้าไปทำประตูในเวลาต่อมา แต่ ชาร์ลส์ ก็ยังโชว์เซฟสำคัญเอาไว้ได้
นายทวารเจ้าถิ่นยังคงอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม โดยมีจังหวะพุ่งเหยียดแขนขวาเซฟแบบเหลือเชื่อ ป้องกันลูกวอลเลย์ระยะเผาขนของ โอลิเวอร์ สคิปป์ เอาไว้ได้ ซึ่งนับเป็นโอกาสทองครั้งสำคัญของลูกทีม โรเว็ตต์
ท่ามกลางความพยายามในการหาทางกลับสู่เกม…
เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้รับแรงหนุนจากแฟนบอลจิ้งจอกสยามกว่า 3,000 ชีวิต ต้องเผชิญกับความอึดอัดในการเจาะแนวรับของ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ภายใต้การคุมทีมของ เฮนริค เพเดอร์เซ่น ซึ่งแม้จะตกชั้นไปแล้ว แต่ยังคงเล่นได้อย่างมีระเบียบ โดยความกดดันของทีมเยือนเพิ่มมากขึ้นก่อนหมดครึ่งแรก เมื่อ อับดุล ฟาตาวู กระชากบอลเข้าเขตโทษก่อนปาดย้อนมาให้ แพทสัน ดาก้า ทว่าหัวหอกทีมชาติแซมเบียยิงไม่เต็มข้อ ทำให้บอลไหลเข้าซองของ ชาร์ลส์
จากนั้น ชาร์ลส์ ยังโชว์ฟอร์มเหนียวหนึบ ปัดลูกโค้งจากระยะ 20 หลาของ สเตฟี่ มาวิดิดี้ ออกหลังไปชนโคนเสา ก่อนจะใช้สองมือเซฟลูกยิงของ ลุค โธมัส ในช่วงท้ายครึ่งแรกเอาไว้ได้อีกครั้ง
เข้าสู่ครึ่งหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ ต้องใช้เวลาพอสมควรในการสร้างจังหวะเกมรุก โดยโอกาสแรกหลังพักครึ่งเกิดขึ้นในนาทีที่ 58 เมื่อ แฮร์รี่ วิงค์ส ยิงไกลเต็มข้อจากนอกกรอบเขตโทษ
อย่างไรก็ตาม ในจังหวะที่ทีมกำลังเริ่มต่อเกมได้ดี ก็เกือบถูกลงโทษจากการดันเกมสูง เมื่อ เลียม พาลเมอร์ กัปตันทีมเจ้าถิ่น หลุดเข้าไปมีโอกาสจบสกอร์จากการผ่านบอลของ จามาล โลว์ แต่ยิงหลุดกรอบออกไป ท่ามกลางความเสียดายของแฟนบอลในสนามฮิลส์โบโร่
แม้กระนั้น เมื่อเล่นบุกเข้าใส่ฝั่งกองเชียร์ทีมเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ เริ่มหาช่องเจาะแนวรับคู่แข่งได้มากขึ้น
อายิว ยิงประตูตีเสมอพาทีมคว้าหนึ่งแต้ม
เหลือเวลาอีก 22 นาที ดีไวน์ มูคาซ่า กลายเป็นนักเตะจิ้งจอกสยามรายถัดไปที่ลองส่องไกล ซึ่งบังคับให้ ชาร์ลส์ ต้องปัดบอลออกไป
จอร์แดน อายิว เป็นหนึ่งในห้าตัวสำรองที่ถูกส่งลงสนามในครึ่งหลัง และเพียงไม่นานหลังจากนั้น เขาก็เกือบมีชื่อบนสกอร์บอร์ดทันที เมื่อจังหวะเตะมุมของ อับดุล ฟาตาวู เปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมชาติกานาโหม่งสะบัดไปที่โคนเสาไกล แต่บอลไปชนเสาเด้งออกมา ทำให้เจ้าถิ่นยังรอดพ้นจากการเสียประตูอีกครั้ง
ถัดมาเป็นจังหวะดับเบิ้ลเซฟของ ชาร์ลส์ ที่ทำเอานักเตะเลสเตอร์ ซิตี้ ถึงกับกุมศีรษะด้วยความเสียดาย เมื่อ อายิว เปิดบอลให้ แพทสัน ดาก้า โหม่งซึ่งถูกแฉลบ ก่อนบอลจะไปเข้าทาง สเตฟี่ มาวิดิดี้ และต่อด้วย ริคาร์โด้ เปเรยร่า แต่ทั้งสองจังหวะยังไม่สามารถผ่านนายทวารเจ้าถิ่นไปได้
จากนั้น ลุค โธมัส ที่หันหลังให้ประตู ยังมีจังหวะโหม่งย้อยไปชนคานอย่างน่าเสียดาย ขณะที่เวลาในเกมเริ่มเดินเข้าสู่ช่วงท้าย
กระทั่งเหลือเวลาอีกเพียง 6 นาทีของเวลาปกติ ความพยายามของทีมเยือนก็มาสัมฤทธิ์ผล เมื่อ อายิว รับบอลบริเวณระยะประมาณ 20 หลา แต่งหนึ่งจังหวะก่อนตัดสินใจซัดเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งเสียบมุมล่างไกลอย่างเฉียบขาด
ช่วงเวลาที่เหลือ เลสเตอร์ ซิตี้ ยังมีโอกาสลุ้นประตูชัยจาก เคเลบ โอโคลี่, บ็อบบี้ เดอ คอร์โดว่า-รีด, ดูจวน ริชาร์ดส์ และ อายิว โดยโอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดเป็นจังหวะโหม่งของ อายิว ที่ถูก ชาร์ลส์ ปัดข้ามคานออกไปได้อีกครั้ง แต่สุดท้ายแล้ว ประตูชัยก็ไม่เกิดขึ้นในเกมที่เซาธ์ยอร์คเชียร์